Saturday, September 26, 2015

การใช้เทพพยากรณ์ 2

การเสี่ยงทายด้วยรูนส์ มีกลวิธีและรูปแบบ (Runecast) ที่แตกต่างกันมากมายในแต่ละสำนักครับ

ในที่นี้ ผมจะนำเสนอเฉพาะรูปแบบที่ง่ายต่อการตีความ และครอบคลุมปัญหา หรือข้อข้องใจส่วนใหญ่ได้ 3 รูปแบบ

การพยากรณ์ด้วยชุดอักขระ 3 ตัว

อักขระตัวแรกแสดงถึงพื้นฐานของปัญหา หรือสถานการณ์ในปัจจุบัน ตัวที่สองแสดงถึงวิธีการ และตัวที่สามแสดงถึงคำตอบหรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

การวางตำแหน่งของอักขระทั้งสาม จะต้องวาง จากขวาไปซ้าย นะครับ

ตัวอย่างคำถาม : นักเขียนคนหนึ่งอย่างรู้ความเป็นไปในอนาคตของนิยายที่เขากำลังเขียนอยู่

อักขระรูนส์ที่เขาเลือกได้คือ Rad, Ehwaz และ Gyfu


Rad ในตำแหน่งพื้นฐาน หรือสถานการณ์ในปัจจุบัน แสดงถึงความเคลื่อนไหว การเดินทาง หรือการทำงานหนัก

Ehwaz เน้นย้ำถึงการเดินทางและพัฒนาการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่มีนัยยะถึงการทำงานร่วมกับคนอื่น เพราะ Ehwaz บ่งถึงมืออาชีพและการทำงานเป็นทีม

ส่วน Gyfu ในตำแหน่งอนาคต แสดงถึงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ลงตัว ความเหมาะสม และย้ำถึงการเป็นหุ้นส่วนกันตามที่ Ehwaz ได้ชี้ให้เห็นมาก่อนแล้ว
              
สิ่งที่ได้จากการตีความเทพพยากรณ์ชุดนี้คือ ในสภาพปัจจุบันเขาจำเป็นจะต้องทำงานหนักและจะมีการเดินทางเกิดขึ้น นวนิยายของเขาจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ก็ด้วยการร่วมมือกับคนอื่นที่เป็นมืออาชีพ เช่นสำนักพิมพ์ที่มีมาตรฐาน และจะมีการตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ลงตัวระหว่างกัน

การพยากรณ์ด้วยชุดอักขระ 6 ตัว

ตำแหน่งของอักขระแบ่งเป็น 3 ตำแหน่ง เหมือนกับการพยากรณ์ด้วยชุดอักขระ 3 ตัวเลยครับ เพียงแต่ใช้รูนส์ 2 ตัวในแต่ละตำแหน่ง

โดยวางเป็นคู่ๆ จากขวาไปซ้าย และจากล่างขึ้นบน ดังภาพ

ตัวอย่างคำถาม : ผู้เสี่ยงทายถามถึงความเป็นไปของชีวิตภายหลังจากการหย่าร้าง

อักขระรูนส์ที่เขาเลือกได้คือ Eoh, Ehwaz, Beorc, Man, Peorth และ Lagu




Eoh ในตำแหน่งพื้นฐาน หรือสถานการณ์ปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าเจ้าชะตากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่มืดมนเหมือนความตาย หรือแสดงว่าเขาเพิ่งจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง

Ehwaz แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหาของเจ้าชะตา คือ คนรัก หรือใครคนหนึ่งที่มีความสำคัญ และไว้ใจได้ เจ้าชะตาอาจจะผ่านการหย่าร้าง หรือรักที่ไม่สมหวังมาก่อนหน้านี้ แต่ไม่ใช่ถูกทรยศหรือหักหลัง สิ่งที่ผ่านพ้นไปเป็นสิ่งที่เจ้าชะตายอมรับได้เป็นอย่างดี เพียงแต่มันก็ยังคงทำให้เขาเป็นทุกข์ และกำลังแสวงหาสิ่งใหม่ๆ มาทดแทน

และการที่ได้ Ehwaz ตั้งตรง ก็แสดงให้เห็นว่า ความทุกข์ที่ว่านี้จะคงอยู่ต่อไปอีกไม่นาน ความเปลี่ยนแปลงที่ดีกำลังเข้ามาสู่ชีวิตของเขา เนื่องจากกำลังจะมีการเข้ามาของใครคนหนึ่ง ที่จะนำสิ่งดีๆ เข้ามาสู่ชีวิตของเขา ทดแทนสิ่งที่เขาสูญเสียไปจริงๆ ด้วยครับ
              
Beorc ในตำแหน่งที่สอง แสดงว่าคนคนนั้นเป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่ง เป็นผู้หญิงแบบที่เขาต้องการ และจะนำความสุขมาให้

Man ขยายเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเห็นอกเห็นใจและจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่ในขณะเดียวกัน Man ก็พูดถึงวิธีการปฏิบัติต่อผู้หญิงคนนี้ คือการร่วมมือกันในหนทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน หญิงสาวผู้นี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรเพื่อการกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง
              
Peorth ในตำแหน่งอนาคต หมายถึงเป็นสิ่งที่โชคชะตาได้กำหนดไว้แล้ว และการดำเนินชีวิตไปตามยถากรรม

ในขณะที่ Lagu แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงและพลิกผันที่เขาไม่อาจควบคุมได้
              
สิ่งที่ได้จากการตีความเทพพยากรณ์ชุดนี้ คืออะไรครับ?

คือ เจ้าชะตาซึ่งกำลังทนทุกข์ทรมานกับการหย่าร้าง หรือรักที่ผิดหวังอยู่ในขณะนี้ กำลังจะมีชีวิตที่ดีขึ้น จากการที่หญิงสาวที่แสนดีคนหนึ่งก้าวเข้ามา

หญิงสาวคนนี้น่าจะทำงานหรือมีความเกี่ยวข้อง กับองค์กรที่อุทิศตัวเพื่อการกุศล หรือการช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งจะช่วยโน้มนำให้เขาได้ค้นพบคุณค่าของตัวเองจากการทำงานเช่นนี้ และช่วยลบล้างความโศกเศร้า และความทุกข์ทรมานในอดีตของเขาออกไป เพราะเมื่อได้ช่วยเหลือคนอื่น เขาก็จะได้เห็นความทุกข์ของคนอื่นที่ยิ่งใหญ่กว่าของตนไงครับ
         
ชีวิตของเขาในอนาคตจะดำเนินไปในสภาพที่ไม่แน่นอนระยะหนึ่ง แล้วก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลง ซึ่งถ้าหากเขามีความยืดหยุ่นและมีสติปัญญาที่เพียงพอ ก็จะผ่านพ้นไปสู่ความสำเร็จได้

การพยากรณ์ด้วยชุดอักขระ 7 ตัว


ชุดอักขระ 7 ตัวแบ่งได้เป็นสี่ตำแหน่ง

จากล่างเป็นพื้นฐานของปัญหา และสถานการณ์

ตำแหน่งที่สองหมายถึงผลกระทบที่มาจากปัจจัยภายนอก ตำแหน่งที่สามคือวิธีการและคำแนะนำ

และตำแหน่งสุดท้ายคือผลที่จะได้รับ

สามตำแหน่งแรกใช้ตำแหน่งละ 2 อักขระ วางเรียงกันจากขวาไปซ้าย และจากล่างขึ้นบน ตำแหน่งที่สี่อยู่บนสุด ดังภาพ

ตัวอย่างคำถาม : ผู้เสี่ยงทายต้องการทราบว่า ทำอย่างไรเธอจึงจะได้พบคนที่จะเป็นคู่ชีวิตของเธอในอนาคต

อักขระรูนส์ที่เธอเลือกได้คือ Is, Odel, Reversed Ehwaz, Reversed Nyd, Reversed Lagu, Daeg และ Ing




Is และ Odel ซึ่งปรากฏร่วมกันในตำแหน่งแรก แสดงถึงความชะงักงัน, ความไม่คืบหน้าใดๆ ในการดำเนินการเกี่ยวกับบ้านและครอบครัว
              
Ehwaz และ Nyd ซึ่งกลับหัวทั้งคู่ในตำแหน่งปัจจัยภายนอก แสดงให้เห็นความปรารถนาที่เป็นไปได้ยาก เต็มไปด้วยอุปสรรคที่เจ้าชะตาไม่สามารถรับมือได้ รวมทั้งการที่ไม่มีความก้าวหน้าหรือพัฒนาการใดๆ เกิดขึ้นกับสิ่งที่เธอคาดหวัง

Ehwaz กลับหัวยังเป็นการเตือนให้ระวังสิ่งที่เป็นตัวปัญหาอย่างหนึ่ง ที่เธออาจจะลืมนึกถึง ซึ่งอาจจะเป็นเพื่อนหรือคนที่ใกล้ชิดเธอคนใดคนหนึ่ง
              
Lagu กลับหัว และ Daeg ในตำแหน่งที่เป็นวิธีการและคำแนะนำ แสดงถึงความหมกมุ่นที่มีมากเกินไป หรือความคิดฟุ้งซ่านอันไม่เป็นประโยชน์ และโอกาสใหม่ที่กำลังจะเข้ามาในชีวิต
              
Ing ในตำแหน่งที่เป็นบทสรุป หมายถึงการฟื้นตัว ความสำเร็จ ความสุข ความพึงพอใจ และความสมบูรณ์

สิ่งที่ได้จากการตีความเทพพยากรณ์ชุดนี้ คือเจ้าชะตากำลังพบกับภาวะหยุดนิ่งชั่วคราวในการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับครอบครัว ซึ่งก็ตรงกับสถานการณ์พื้นฐานของเจ้าชะตาในขณะที่ตั้งคำถามครับ

ปัจจัยภายนอกที่เข้ามามีผลต่อเจ้าชะตา คือความปรารถนาที่บรรลุผลได้ยาก อันเนื่องจากการที่คนใกล้ชิดคนหนึ่งเป็นตัวขัดขวางมิให้เจ้าชะตาได้มีโอกาสพบคู่ชีวิตใหม่

เป็นไปได้ว่าคนผู้นี้ อาจหมายถึงคนรักเก่า หรือเป็นคนที่ไม่ต้องการให้เจ้าชะตาได้มีคู่ชีวิตคนใหม่ก็ได้นะครับ

จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คำแนะนำก็คือปลดแอกตนเองให้พ้นจากคนคนนี้ และเลิกหมกมุ่นกับความคิดเลื่อนลอยอันไม่เป็นประโยชน์ เพราะโอกาสดีกำลังจะมาถึง

นั่นก็คือจะมีชายคนใหม่ก้าวเข้ามาในชีวิต เจ้าชะตาจะต้องรีบคว้าโอกาสอันงามนี้ เพราะชายผู้นี้แหละที่จะนำความสุขและความสมบูรณ์แบบมาสู่ชีวิตของเจ้าชะตา
              
เราจะเห็นว่า Odel ในตำแหน่งพื้นฐานนั้นยังตั้งตรงอยู่ นั่นหมายถึงพื้นฐานของเจ้าชะตาในเรื่องนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งสอดคล้องกับบทสรุปที่เป็น Ing

ถ้าพื้นฐานเป็น Odel กลับหัว แม้บทสรุปในเรื่องนี้จะยังคงดีอยู่ตามวาสนาของเจ้าชะตา แต่ก็จะไม่ดีถึงขนาดที่แทนด้วย Ing ครับ เจ้าชะตาอาจเลือกได้ตัวอื่นแทน เช่น Sigel หรือ Tyr
              
นั่นก็เพราะในศาสตร์แห่งเทพพยากรณ์ พื้นฐานที่ดีย่อมนำไปสู่บทสรุปที่ดีเสมอ
              
การเสี่ยงทายด้วยรูนส์ เราจะเห็นว่ามีอักขระที่เป็นคำตอบจริงๆ ไม่กี่ตัว ไม่ว่าจะเพิ่มจำนวนชุดอักขระในการเสี่ยงทายจาก 3 เป็น 6 หรือ 7 ตัวก็ตาม

ในขณะเดียวกัน กลับมีตำแหน่งที่บ่งชี้ในเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว คือพื้นฐานของปัญหาและสถานการณ์ ซึ่งบางคนก็ไม่สนใจที่จะรู้ตรงจุดนี้

แต่ที่จริงแล้ว ตำแหน่งพื้นฐานนี้เป็นตำแหน่งสำคัญครับ

เพราะถ้าเทพพยากรณ์แสดงพื้นฐานของเรื่องที่เราถามได้ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ก็แสดงว่าเรามีสมาธิดีพอที่จะสื่อสารกับองค์เทพได้อย่างถูกต้อง และมั่นใจได้ว่าคำตอบหรือคำแนะนำที่ได้ก็จะถูกต้องตามไปด้วย

วิธีคิดของรูนส์นั้น มุ่งให้เข้าใจกับตัวปัญหาและความได้เปรียบเสียเปรียบทั้งหมดเสียก่อน แล้วค่อยดูว่าจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ครับ การที่จะก้าวกระโดดไปหาคำตอบโดยขาดความเข้าใจอันแจ่มแจ้งต่อตัวปัญหานั้น ไม่ใช่การจัดการกับชีวิตอย่างชาญฉลาดตามทรรศนะของรูนส์

สำหรับตัวอย่างการตีความที่ผมนำเสนอมานี้ เป็นเพียงวิธีการตีความอย่างง่ายที่สุดเท่านั้นนะครับ

เพราะไม่ว่าจะเป็นการเสี่ยงทายด้วยชุดอักขระ 3, 6 หรือ 7 ตัวตามแบบที่ยกมานี้ ยังมีวิธีอ่านที่ยักเยื้องและเชื่อมโยงกัน ในระหว่างอักขระแต่ละตำแหน่งอีกมากมายหลายวิธี ซึ่งจะช่วยตอบคำถามต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ถามอยู่ได้ทั้งหมด

ดังเช่น ในตัวอย่างของการพยากรณ์ด้วยชุดอักขระ 6 ตัว การที่เจ้าชะตามี Eoh เป็นพื้นฐาน ก็สอดรับกับ Man ที่บ่งชี้ถึงการที่เจ้าชะตาจะได้มีชีวิตใหม่จากการอุทิศตัวช่วยเหลือผู้อื่น เพราะความตาย (Eoh) ย่อมนำไปสู่การเกิดใหม่เสมอ เป็นหลักสากล ทั้ง Eoh ในพื้นฐานของเจ้าชะตาท่านนี้ ยังเป็นผลที่ทำให้เขามีอนาคตที่ล่องลอยไปตามยถากรรมระยะหนึ่ง ซึ่งแสดงด้วย Peorth อีกด้วย

การที่จะสามารถอ่านยอกย้อนไปมาได้เช่นนี้ ย่อมเกิดขึ้นได้ก็เมื่อมีประสบการณ์การเสี่ยงทายที่มากเพียงพอ จนเริ่มจับทางได้ว่า องค์เทพทรงมีพระประสงค์จะตรัสอะไรกับเราครับ

เปรียบเหมือนกับเมื่อเราคบหากับใครคนหนึ่งนานวันเข้าจนคุ้นเคยกัน บางครั้งเราก็เดาได้เองว่าเขาคนนั้นต้องการอะไร หรือจะทำอะไร โดยที่เขาคนนั้นยังไม่ทันได้แสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งเราก็บอกไม่ได้เหมือนกันใช่มั้ยล่ะครับ ว่าทำไมเราจึงรู้ได้เช่นนั้น

เทพพยากรณ์ก็เช่นกันครับ




การใช้เทพพยากรณ์อย่างสม่ำเสมอหมายถึงได้สื่อสารกับองค์เทพอย่างสม่ำเสมอ ในที่สุดก็จะสามารถรับข่าวสารหรือคำชี้แนะของพระองค์ได้อย่างครบถ้วน ขณะที่ในช่วงเริ่มต้นอาจจะตีความหรือเดาอะไรไม่ออกเลยก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ ใครๆ ก็เป็นเหมือนกัน

ทฤษฎีแห่งรูนส์ จึงเป็นเรื่องที่สอนกันอย่างละเอียดหมดจดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกและความวิริยะอุตสาหะของแต่ละบุคคล

ที่สำคัญก็คือ ปรีชาญาณที่จอมเทพโอดินประทานให้ บางทีก็ผุดขึ้นมาในความคิดได้โดยที่ไม่มีอักขระรูนส์ตัวใดตรงหน้าแสดงถึงเลยก็มี


ผู้เสี่ยงทายจึงต้องมีสภาวะจิตที่เปิด ซึ่งจะทำได้ก็ต้องอาศัยศรัทธา และสมาธิอันแรงกล้าครับ



……………………………


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

Wednesday, September 23, 2015

การใช้เทพพยากรณ์

รูนส์เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมในการติดต่อกับเทพเจ้า

เมื่อเราเริ่มการเสี่ยงทายด้วยรูนส์ ณ เบื้องหน้าของแท่นบูชา เท่ากับเรากำลังอยู่เบื้องพระพักตร์ขององค์เทพโอดิน และเรากำลังต้องการขอคำชี้แนะจากพระองค์

ดังนั้น รูนส์จึงไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาใช้เล่นๆ เพื่อความสนุกสนาน ความบันเทิง หรือเรื่องไร้สาระ จอมเทพโอดินทรงมีพระจริยาวัตรดุดัน และไม่โปรดเรื่องล้อเล่นครับ

การใช้เทพพยากรณ์ จึงจำเป็นต้องใช้กับคำถามที่จริงจัง ไม่ใช่ข้อสงสัยประเภท  ถามเล่นๆหรือว่า แค่อยากรู้เท่านั้น

การใช้รูนส์ในกรณีเช่นนั้นเป็นโทษ ถือว่าเป็นการละเมิดต่อองค์เทพ อย่างเบาที่สุดเทพเจ้าจะทอดทิ้งเราไปชั่วนิรันดร์ อย่างหนักที่สุดคือภัยพิบัติจะเข้ามาแทนที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเราจะหาความเจริญไม่ได้ในชีวิตนับจนกระทั่งวันตาย

เทพเจ้า ไม่ว่าจะของไทย จีน แขก ฝรั่ง ก็เป็นเทพเจ้าเหมือนกัน เราต้องให้ความเคารพครับ ต้องรู้จักที่ต่ำที่สูง ต้องจริงจัง ไม่ใช่อะไรก็เห็นเป็นเรื่องเล่นๆ ไปซะหมด

นอกจากความจริงจังแล้ว เราจะต้องมีความศรัทธา และเชื่อมั่นด้วยนะครับ ว่าองค์เทพจะทรงตอบคำถามของเรา และชี้แนะสิ่งที่ดีที่สุดแก่เรา


การเชื่อมั่นในที่นี้ หมายความว่า เราต้องเชื่อมั่นอย่างไร้ข้อสงสัย ทั้งในองค์เทพ และเครื่องมือคือรูนส์ การลังเลสงสัยหรือเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ครับ เราจะไม่ได้อะไรจากเทพพยากรณ์ตราบที่เรายังไม่แน่ใจว่าเราจะได้




ผู้เสี่ยงทายด้วยรูนส์จำเป็นต้องมีสมาธิ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีสถานที่ใดที่เหมาะมากไปกว่าในห้องบูชาอันเงียบสงัด และเป็นส่วนตัว เวลาที่ดีสำหรับการตั้งคำถามคือเที่ยงคืนเป็นต้นไป สิ่งที่ต้องมีคือโต๊ะสีเหลี่ยมเตี้ยๆ แบบโต๊ะญี่ปุ่น วางไว้เบื้องหน้าแท่นบูชา คลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงิน เทา หรือน้ำตาลเข้ม หรือผ้าอื่นที่เนื้อหนาพอที่จะไม่เคลื่อนตัวได้ง่าย

ทีนี้เราก็จะมาเริ่มเสี่ยงทายกันละครับ

การเสี่ยงทาย เริ่มต้นด้วยการจุดเทียนและกำยานที่หน้าแท่นบูชา เทหินรูนส์ทั้งหมดออกจากกล่องหรือถุง หงายทุกชิ้นให้เห็นตัวอักษร




เอามือทั้งสองวางทับลงไป กล่าวคาถาอัญเชิญจอมเทพโอดิน ตามนี้ครับ

Alfaðir Óðinn, rúnameistari, veittu mér hina sönnu visku hinna helgu rúna.
              
อัลฟาเธียร์ โอธีน, รูนาเมสทารี, เวททู เมร์ ฮีนา เซินนู วีสคู ฮินนา เฮลกู  รูนา
              
และสงบใจให้เป็นสมาธิสักครู่หนึ่ง หลับตา แล้วจึงตั้งคำถาม

เมื่อตั้งคำถามแล้ว พลิกหินรูนส์ทุกชิ้นเอาด้านหลังขึ้นแทน ใช้มือทั้งสองกวาดหินรูนส์ทุกชิ้นให้สลับตำแหน่งไปมา กระจายไปทั่วๆ จนพอใจแล้วรวบเข้าเป็นกองเดียวกันอีกครั้ง วางมือทับลงไป ทวนคำถาม แล้วเลือกหยิบหินรูนส์ชิ้นที่ตรงกับที่ต้องการ

วิธีการเลือกหยิบนี้ จะทำแบบไหนก็ได้ใน 3 อย่างนี้ครับ

1.หลับตา กลั้นใจเอานิ้วชี้ข้างซ้ายยกขึ้นแตะระหว่างคิ้ว แล้วแตะลงไปบนกองหินรูนส์แล้วค่อยลืมตา นิ้วแตะลงไปโดนชิ้นไหนมากที่สุด เลือกเอาชิ้นนั้น

2.หลับตา กลั้นใจยกมือซ้ายวาดผ่านเหนือกองหินรูนส์ช้าๆ รู้สึกว่ามีพลังหรือกระแสขึ้นจากรูนส์ชิ้นใดมากระทบมือเป็นพิเศษ เลือกเอาชิ้นนั้น

3.ลืมตา เอามือคลำไปทั่วๆ หินรูนส์ทุกชิ้นโดยไม่กำหนด รู้สึกว่าอยากจะหยิบชิ้นไหนก็เลือกเอาชิ้นนั้น

สิ่งที่สำคัญก็คือ หินรูนส์ที่เราเลือกได้นั้น ตอนอยู่ในกองเป็นอย่างไรก็หยิบออกมาวางนอกกองตามนั้นเลยนะครับ อย่าพลิกกลับหัว หรือพลิกด้านบนเป็นด้านล่างเด็ดขาด

ถ้าหินรูนส์ชิ้นนั้นอยู่ในลักษณะเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ก็ปรับให้ตรงซะ โดยไม่พลิกกลับบนเป็นล่าง แต่ถ้าหินรูนส์นั้นวางตัวอยู่ในแนวนอน ก็ต้องคิดเอาเองว่าจะหยิบรูนส์ชิ้นนั้นออกมาวางนอกกองโดยเอาด้านใดเป็นด้านบน

เมื่อเลือกได้หินรูนส์ออกมาวางตามตำแหน่งและจำนวนที่ต้องการแล้ว จึงค่อยพลิกขึ้นดูอักขระ โดยการพลิกจากซ้ายไปขวา อย่าพลิกจากบนลงล่าง หรือล่างขึ้นบน




ความหมายของรูนส์แต่ละตัวจะมีผลในทางบวกเสมอ เมื่ออักษรรูนส์นั้นอยู่ในลักษณะตั้งตรง หรืออยู่ในสภาพที่เป็นปกติ แม้แต่รูนส์ที่บ่งถึงสิ่งไม่ดี เช่น Nyd หากตั้งตรงก็มักแสดงให้เห็นว่า บรรดาอุปสรรคที่เกิดขึ้นมานั้นเราสามารถจะฟันฝ่าไปได้ และมีผลดีคอยอยู่ข้างหน้า

แต่หากรูนส์ที่ปรากฏในการเสี่ยงทายมีสภาพที่ผิดปกติ หรือกลับหัว (Reversed) ผลที่เกิดขึ้นก็จะเป็นไปในด้านตรงกันข้าม หรือด้านลบทั้งหมด อันนี้คนที่เล่นไพ่ยิปซีคงเข้าใจนะครับ

เช่น เมื่อ Feoh ตั้งตรง บ่งถึงของมีค่าหรือความร่ำรวย หากกลับหัวก็จะหมายถึงของไร้ค่า และความยากจนทันที

หากเป็นอักขระที่ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว เช่น Nyd เมื่อกลับหัว ก็แสดงถึงอุปสรรคที่มากมายจนไม่อาจผ่านพ้นไปได้

มีรูนส์อยู่กลุ่มหนึ่งที่จะไม่ปรากฏในลักษณะกลับหัวเลยครับ เพราะรูปแบบการเขียนของมันเมื่อพลิกกลับแล้วไม่มีความแตกต่างใดๆ ผลของรูนส์เหล่านี้จึงคงเดิมเสมอ

รูนส์กลุ่มนี้ได้แก่ Gyfu, Hagal, Is, Ger, Eoh, Sigel, Ing และ Daeg

บทต่อไป ผมจะพูดถึงแบบฟอร์มการวางหินรูนส์ (Runecast) แบบที่ไม่ยากเกินไปนัก ติดตามกันนะครับ



……………………………


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

Monday, September 21, 2015

จอมเทพโอดิน : เทพแห่งความรู้และปรีชาญาณ


ก่อนที่จะพูดกันต่อไปถึงวิธีการใช้รูนส์ เรามารู้จักองค์เทพ ผู้ทรงเป็นเจ้าของศาสตร์แห่งเทพพยากรณ์นี้กันก่อนนะครับ

เพราะในการใช้รูนส์ตามสายวิชาที่ผมจะร่ายยาวในบทความต่อไป จะต้องมีพิธีกรรมเกี่ยวกับพระเป็นเจ้าองค์นี้ด้วย

ซึ่งก็คือ จอมเทพโอดิน (Odin) ทรงเป็นพระเป็นเจ้าสูงสุด (Supreme God) ในศาสนาโบราณของชาวสแกนดิเนเวียนโบราณ หรือ ชาวนอร์ส (Norse) นั่นเอง




ศาสนาโบราณของชาวนอร์สนี้ เรียกว่า อาซาทรู (Asatru) ถึงแม้จะเป็นลัทธิศาสนาของชาวไวกิ้งผู้ชื่นชอบการรบราฆ่าฟัน แต่ก็ยกย่องความรู้เป็นสิ่งสูงสุดครับ

และเทพเจ้าเพียงองค์เดียวที่ทรงครอบครองสิ่งนี้ไว้อย่างครบถ้วน คือจอมเทพโอดิน

พระเป็นเจ้าองค์นี้ ทรงมีทิพยภาวะที่แตกต่างกัน 3 อย่างครับ

คือนอกจากในฐานะที่ทรงเป็น บิดาแห่งสรรพสิ่ง (All-Father) ซึ่งไม่ใช่เทววิทยาอาซาทรูมาแต่เดิม เป็นทิพยฐานะที่ได้รับอิทธิพลศาสนาคริสต์ในภายหลัง

(ซึ่งผมจะไม่ขอลงลึกในประเด็นนี้นะครับ เพราะเป็นเทพนิยายล้วนๆ พวกเราไม่จำเป็นต้องสนใจมาก)

อย่างแรก คือในฐานะของ เทวราช พระองค์มักได้รับการกล่าวถึงบ่อยครั้งว่าทรงเป็นบรรพบุรุษ วีรชน และผู้นำที่เข้มแข็งและหาญกล้า ซึ่งเป็นคุณสมบัติของกษัตริย์ในอุดมคติของไวกิ้ง

ในฐานะองค์ราชันย์แห่งเทพทั้งปวง จอมเทพโอดินประทับอยู่ในมหาปราสาท กลัดส์เฮม (Gladsheim) บนเทวบัลลังก์ชื่อว่า ลีดสเคียลฟ์ (Lidskialff) ทำด้วยทองคำ และยังมีเทวบัลลังก์อีก 12 องค์สำหรับคณะเทพชั้นผู้ใหญ่แห่งอัสการ์ดประชุมร่วมกัน ตั้งขนาบลีดสคีออลฟ์เป็นรูปครึ่งวงกลมข้างละ 6 องค์ ด้านหน้ามหาปราสาทกลัดส์เฮม มีอุทยานเขียวขจีขนาดใหญ่เรียกว่า อีดา (Ida)

พระองค์ทรงครอบครองของวิเศษมากมาย หนึ่งในนั้นคือเทพอาวุธคู่พระหัตถ์ หอกวิเศษกูงเนียร์ (Gungnir) ที่เมื่อพุ่งออกไปแล้วจะไม่มีวันพลาดเป้า และไม่ว่าเป้าหมายซ่อนอยู่ในที่ลึกลับซับซ้อนแค่ไหน หอกนี้ก็ตามหาจนพบ

นอกจากนี้ ก็ทรงมีอีกาสีดำสนิทคู่หนึ่งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระองค์ มีชื่อว่า ฮูกีน (Hugin) แปลว่า ความคิดและ มูนีน (Munin) แปลว่า ความจำ อีกาสองตัวนี้มีหน้าที่บินไปทั่วโลก เพื่อนำข่าวสารและเหตุการณ์ความเป็นไปต่างๆ กลับมารายงานพระองค์




การปรากฏพระองค์แบบที่เป็นเทวราช มักจะทรงสวมหมวกเหล็ก หรือหมวกทองคำที่มีปีกนกอินทรีสองข้าง หรือไม่ก็หมวกที่มีเขาโค้ง หมวกชนิดนี้คือสัญลักษณ์ของนักรบไวกิ้งที่เราคุ้นเคยกันละครับ แม้ว่าจะไม่เคยพบของจริงที่เป็นหลักฐานทางโบราณคดีเลยก็ตาม

พระองค์คือผู้ที่ประทานความแข็งแกร่งและกำลังใจแก่ผู้นับถือ เชื่อกันว่ากษัตริย์และนักรบผู้ใดบูชาพระองค์ พระองค์จะประทานชัยชนะในการต่อสู้ เพื่อให้ผู้นั้นได้สั่งสมชื่อเสียง และเกียรติยศจนถึงขั้นสูงสุด จนถึงวาระสุดท้าย พระองค์จะทรงนำวิญญาณของเขาไปสู่สวรรค์ ไปร่วมรบกับพระองค์ในวันสิ้นโลก เพื่อปกป้องมนุษย์ทั้งมวล

อย่างที่สอง คือในฐานะของ ผู้วิเศษ เจ้าแห่งปรีชาญาณและความลี้ลับ ซึ่งอันนี้ละครับที่เกี่ยวข้องกับรูนส์โดยตรง




พระองค์ปรากฏในตำนานตั้งแต่สมัยแรกๆ ในรูปลักษณ์ของบุรุษร่างผอมสูง  ฉลองพระองค์ด้วยผ้าคลุมยาวสีเทาหรือสีน้ำเงินแบบนักเดินทางทั่วไป และสวมพระมาลาปีกกว้างที่หลุบลงปิดพระเนตรข้างหนึ่ง

 พระองค์มักถือไม้เท้าเพื่อช่วยในการเดิน และทรงใช้ไม้เท้านั้นเพื่อร่ายพระเวท ทิพยรูปเช่นนี้ก็คือลักษณะทั่วไปของผู้ใช้เวทมนต์ ซึ่งเราอาจเรียกว่าผู้วิเศษหรือพ่อมด และเป็นทิพยรูปที่ทรงใช้ตลอดมาเมื่อปรากฏพระองค์ในมิติของมนุษยโลก
         
 พระองค์มักท่องเที่ยวไปในโลกโดยลำพัง มีเพียงสุนัขป่าสองตัว หรือไม่ก็อีกาคู่หนึ่งทรงพอพระทัยที่จะเข้าไปสังสรรค์กับผู้คนหรือครอบครัวเล็กๆ ที่อยู่โดดเดี่ยวเสมอ โดยไม่แสดงพระองค์ว่าเป็นเทพเจ้า

กล่าวกันว่า พระองค์ทรงเป็นผู้ครอบครองเวทมนต์ทั้งปวง แปรเปลี่ยนพระองค์ไปตามสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ต่างๆ ทรงรอบรู้ในวิถีแห่งโลก ทรงใส่พระทัยในการเรียนรู้ที่มากขึ้น และมากขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน

ตำนานหนึ่งกล่าวว่า ทรงให้คุณค่าแก่ความรอบรู้อย่างสูงจนยินดีแลกพระเนตรข้างหนึ่งเพื่อมัน

ดังเทพนิยายที่เล่าขานถึงบ่อน้ำพุแห่งปัญญา ซึ่งยักษ์ชื่อ มิเมียร์ (Mimir) เฝ้าอยู่ จอมเทพโอดินทรงต้องการดื่มน้ำในบ่อนั้น มิเมียร์ก็ขอพระเนตรข้างหนึ่งของพระองค์เป็นการตอบแทน 





ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วนะครับ...องค์จอมเทพจะทรงสังหารยักษ์ตนนี้เสีย แล้วทรงดื่มน้ำสักเท่าใดก็ได้ แต่พระองค์ไม่ทำ เพราะเห็นว่านั่นเป็นวิถีแหงคนชั่ว

จอมเทพโอดินจึงทรงมีพระเนตรเพียงข้างเดียว แต่พระองค์ก็ทรงมองเห็นทุกสิ่ง (One-Eyed, All-Seeing God)

และพระองค์กระทำดังนี้เพื่อเป็นอุทธาหรณ์ว่า มนุษย์ผู้ต้องการได้มาซึ่งสิ่งเลอค่าที่สุด เขาจะต้องทำตามเงื่อนไข และต้องเสียสละบางสิ่งที่สำคัญยิ่งเพื่อบรรลุถึงความปรารถนานั้น

พระองค์กระทำยิ่งไปกว่านั้นในปฐมกาล ทรงบูชายัญพฤกษาโลก ด้วยการแขวนพระองค์เองกับคาคบไม้อันแน่นหนา เหนือผืนน้ำเย็นยะเยียบเบื้องล่างเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน เพื่อให้ทรงเข้าถึงปรีชาญาณอันสูงสุด

ในเวลาเหล่านั้น พระองค์ไม่เสวยอาหารและน้ำ บางตำรายังกล่าวว่า ทรงทิ่มแทงพระวรกายของพระองค์เองด้วยหอกเล่มหนึ่ง

ทุกวันและคืนที่ผ่านไป ท่ามกลางความทรมานยิ่งกว่าที่ผู้ใดจะทนได้ ความรู้สูงสุดแห่งจักรวาลหลั่งไหลเข้าสู่พระองค์ จอมเทพทรงเต็มไปด้วยความปีติ

จนกระทั่งในที่สุด พระองค์ก็เข้าถึงสิ่งที่ทรงแสวงหาเมื่อเข้าสู่แดนมรณะ

พระองค์สิ้นพระชนม์ และถือกำเนิดขึ้นใหม่่ในเวลาเดียวกันนั้นเองครับ ในพระวรกายเดิม ซึ่งบัดนี้ไม่มีบาดแผลและความทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว

จอมเทพทรงหยั่งปลายพระดรรชนีลงสู่ผิวน้ำเบื้องล่าง ทรงบันทึกปรีชาญาณทั้งหมดที่พระองค์ได้รับจากการบูชายัญนี้ในรูปอักษรศักดิ์สิทธิ์ 24 ตัว เรียกว่า รูนส์ (Runes) ซึ่งในภาษานอร์สแปลว่า "ความลับ"




รูนส์จึงเป็นอักขระแห่งปรีชาญาณ เป็นตัวอักษรที่ถือกำเนิดจากบิดาแห่งสรรพสิ่งเมื่อพระองค์เข้าถึงสัจธรรมแห่งจักรวาล ทุกตัวอักษรต่างมีพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของมันเอง

นับแต่นี้ไป จอมเทพ และผู้ดำเนินรอยตามพระองค์ทุกคนก็จะสามารถมองเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแจ่มชัดด้วยการใช้อักษรเหล่านี้

และเมื่อพระองค์ทรงนำอักษรเหล่านี้ไปจารึกบนสิ่งต่างๆ มันก็มอบพลังอำนาจแก่สิ่งนั้น ตามคุณสมบัติของอักษรแต่ละตัวด้วยครับ

จอมเทพโอดิน จึงได้ประทานความรู้ในการใช้อักขระแห่งปรีชาญาณนี้แก่บรรพบุรุษของเรา ซึ่งในเทวปกรณ์นอร์ส เรียกว่า ชาวมิดการ์ด (Midgard) ในเวลาต่อมา เพื่อให้ใช้ในฐานะของเทพพยากรณ์

 สำหรับใครก็ได้ที่จะสื่อสารกับพระองค์ และต้องการเข้าถึงพลังอำนาจอันเร้นลับเช่นเดียวกับพระองค์

และอย่างที่สาม คือ พญายม ผู้ปรากฏพระองค์ในสงครามทุกหนแห่ง เพื่อพิพากษาว่า นักรบผู้กล้าหาญคนใดที่ควรจะตายอย่างวีรบุรุษ แล้วพระองค์จะได้ทรงนำดวงวิญญาณของนักรบผู้นั้นไปสู่หอวีรชน วัลฮัลลา (Valhalla)





ชาวแองโกล-แซกซัน ได้กำหนดให้วันพุธเป็นวันของจอมเทพโอดิน เรียกว่า Wednesday โดยมีที่มาจากคำว่า Wodnesdaeg ในภาษานอร์สนั่นเอง

การกำหนดเช่นนี้คงกระทำกันด้วยพื้นฐานความรู้ทางโหราศาสตร์ เพราะในทางโหราพยากรณ์นั้น ดาวพุธนั้นเป็นดาวนักปราชญ์หรือดาวแห่งสติปัญญา ไหวพริบปฏิภาณ ความรอบรู้ การประพันธ์ การทูต การเจรจา การอภิปรายหรือการปาฐกถา การทำนายทายทักและการเดินทาง แต่ก็มีลักษณะของความไม่แน่นอนอยู่ด้วย


ซึ่งก็ตรงกับคุณสมบัติของจอมเทพโอดินทุกประการ




……………………………


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

Sunday, September 20, 2015

มารู้จักรูนส์กันแบบทีละตัวอักษรนะครับ (3)


TYR’S AETTS :





เทียร์ (Tyr) หรือ เทห์วาซ (Teiwaz)

เทียบได้กับอักษร T ในภาษาอังกฤษ

ความหมาย : ความกล้าหาญ

หมายถึง สงคราม ความยุติธรรม กฎระเบียบ ข้อบัญญัติต่างๆ คดีความ การเป็นผู้นำ การควบคุมฝูงชน การแข่งขัน การตัดสินใจ การต่อสู้ การกีฬา

เทียร์ เป็นเทพเจ้าแห่งความกล้าหาญ ตามเทวตำนานพระองค์ทรงเสียสละตนเองด้วยการยอมให้พญาสุนัขป่า เฟนเรียร์ (Fenrir) กัดแขนข้างหนึ่ง เพื่อจะพันธนาการมันเอาไว้ไม่ให้ออกมาทำร้ายมวลมนุษย์จนกว่าจะถึงวันสิ้นโลก

ผลคือพระองค์ต้องสูญเสียแขนข้างนั้นไป แต่ได้รับการยกย่องและจดจำในฐานะวีรบุรุษ

การปรากฎของอักขระนี้ จึงสื่อความหมายว่าจะต้องเหนื่อยเลือดตาแทบกระเด็นเลยทีเดียว จะต้องยอมสูญเสียเพื่อให้ได้รับสิ่งที่ต้องการเพื่อให้ได้รับชัยชนะ หรือจะหมายถึงการบูชายัญก็ได้

อักขระนี้มักมีนัยยะถึงบุคคล หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับราชการและรัฐ รวมถึงผู้มีบรรดาศักดิ์ และศาล รวมถึงเครื่องแบบและอาวุธยุทธภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งอุปกรณ์กีฬาด้วยเช่นกัน





เบออร์ค (Beorc) หรือ เบอร์คานา (Berkana)

เทียบได้กับอักษร B ในภาษาอังกฤษ

ความหมาย : ผู้หญิง

หมายถึงการเริ่มต้นใหม่ ชีวิตใหม่ ความสวยงาม การบำบัด การชดเชย โชคดี การขยายขอบเขต การแตกกิ่งก้านสาขา หญิงที่สวยงามหรือแสนดีคนหนึ่ง ความเป็นแม่บ้านแม่เรือน และเรื่องของผู้หญิง

ในวัฒนธรรมของชาวนอร์ส ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญมาก เพราะเมื่อสามีและลูกชายออกไปแสวงโชค เธอจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับทุกอย่างในบ้าน รวมทั้งการเลี้ยงดูบุตรและพ่อแม่ที่ชรา

ผู้หญิงนอร์สมีสิทธิ์มีเสียง และได้รับการยกย่องในสังคมมากกว่าผู้หญิงยุโรปเผ่าพันธุ์อื่นในยุคเดียวกัน และหากสามีตายอย่างกล้าหาญในสงคราม เธอก็มักจะตายตามไป เพื่อจะไปวัลฮัลลากับเขา

อักขระนี้เน้นเรื่องของสตรีเพศในทุกแง่มุม อีกทั้งยังแสดงให้เห็นความสุขทางกามารมณ์ และการถือกำเนิดของสมาชิกใหม่อีกด้วย

ถ้ามันกลับหัวก็หมายถึงผู้หญิงที่ไม่ดี หรืออันตรายและโรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวข้องกับเพศหญิง





เอห์ (Eh) หรือ เอห์วาซ (Ehwaz)

เทียบได้กับอักษร E ในภาษาอังกฤษ

ความหมาย : ม้าศึก

หมายถึง บุคคลหรือสิ่งที่เชื่อใจหรือไว้วางใจได้ คนที่เป็นมืออาชีพ คณะทำงานที่โดดเด่น การลงทุนลงแรงร่วมกันของคนกลุ่มหนึ่ง ความสามัคคี มิตรแท้ สามีหรือภรรยาที่ดีที่สุด คนรู้ใจ ความซื่อสัตย์จงรักภักดี ความกลมเกลียว

นักรบไวกิ้งนั้นก็เหมือนนักรบโบราณเผ่าพันธุ์อื่น พวกเขาให้ความสำคัญกับม้าคู่ใจพอๆ กับเพื่อนและครอบครัว

ในวัฒนธรรมนอร์สนั้น สัจจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และขณะที่เพื่อนอาจทรยศหักหลัง หรือภรรยาอาจนอกใจในขณะที่พวกเขาออกไปแสวงโชค ม้าเท่านั้นที่จะอยู่กับเขาจนถึงวันตาย และมันไม่โกหกด้วย

อักขระนี้ยังบ่งถึง ความรวดเร็ว พัฒนาการ ความเจริญก้าวหน้าอย่างมีแบบแผนหรือเป็นขั้นเป็นตอน และยังหมายถึงการเดินทางระยะใกล้ สิ่งของที่พร้อมสำหรับการใช้งาน หรือสถานที่ที่สะดวกต่อการเดินทางและการบริหารจัดการ




มาน (Man) หรือ มานาซ (Manaz)

เทียบได้กับอักษร M ในภาษาอังกฤษ

ความหมาย : ผู้คน

หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก บริวาร การให้ความช่วยเหลือผู้อื่น อาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย การสังคมสงเคราะห์ การอนุรักษ์ หรือดูแลปกป้องสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม องค์กรหรือกลุ่มบุคคลที่อุทิศตัวเพื่อการนี้ รวมทั้งการที่จะต้องสร้างชื่อจากการเกี่ยวข้องกับสาธารณชนด้วย

นอกจากนี้ยังมักจะหมายถึงครู นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือบุคคลที่สังคมยกย่องในเกียรติประวัติ นักพยากรณ์ทั้งหลายก็รวมอยู่ในอักขระนี้ด้วยครับ

ไพ่รูนส์บางสำรับ สื่อความหมายของอักขระนี้เป็นภาพบุคคลที่ยืนอยู่โดดเดี่ยว ไม่ใช่อะไรหรอกครับ เพราะคนที่ทำงานเพื่อสังคม เพื่อคนหมู่มาก จริงๆ แล้วคนเหล่านี้ล้วนแต่หัวเดียวกระเทียมลีบทั้งนั้น

เนื่องจากคนหมู่มากพอได้ประโยชน์จากเขาตามต้องการแล้วก็จากไป เขาอาจจะได้รับความชื่นชม ยกย่อง แต่ก็ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อถึงคราวที่เขาลำบาก จะมีคนน้อยนิดที่หยิบยื่นความช่วยเหลือให้เขา หรือไม่มีเลยไงครับ


  

ลากู (Lagu) หรือ ลากูซ (Laguz)

เทียบได้กับอักษร L ในภาษาอังกฤษ

ความหมาย : น้ำ

หมายถึงของเหลว ความเปลี่ยนแปลง ความไม่แน่นอน สิ่งที่ไม่เป็นไปตามกำหนดการ หรือระเบียบแบบแผน สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ผันแปรไปตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม

ในด้านของสถานการณ์ อักขระนี้จึงบ่งชี้ถึงปัจจัยภายนอกที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คุณไม่สามารถใช้กฏระเบียบ หรือสูตรสำเร็จใดๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้

สิ่งที่คุณทำได้คือ ทำตัวให้เหมือนกับน้ำ ลื่นไหลไปตามสถานการณ์ นั่นคือต้องลดทิฐิมานะ และพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา จึงจะผ่านพ้นไปได้ครับ

ในด้านจิตใจ อักขระนี้มักแสดงถึงความหมกมุ่น ความไร้สติ ความวิตกกังวล ความเพ้อฝัน ความคิดฟุ้งซ่าน การวาดวิมานในอากาศ

เพราะงั้นถ้าถามเรื่องความรัก คำตอบก็คือคุณไม่ค่อยอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงเท่าไหร่ ยิ่งถ้ามันกลับหัวก็ยิ่งเท่ากับคุณกำลังงมงายเพ้อเจ้อแบบกู่ไม่กลับเลย

แต่ถ้ามีเหตุการณ์ลี้ลับอย่างใดอย่างหนึ่ง อักขระนี้ก็เตือนให้คุณเชื่อในลางสังหรณ์ของคุณเองครับ




อิง (Ing) หรือ อิงกูซ (Inguz)

เทียบได้กับอักษร NG ในภาษาอังกฤษ

ความหมาย : ชีวิตใหม่

หมายถึง การเริ่มต้นใหม่ หรือการสิ้นสุดที่ดี บทสรุปที่กระจ่างชัดและทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง การหลุดพ้นจากสภาวะเดิมๆ ความรู้แจ้ง อันเกิดจากการบ่มเพาะโดยประสบการณ์ที่ยาวนาน

อักขระนี้บ่งถึงสุขภาพที่ดี กามารมณ์ในระดับที่เป็นประโยชน์ ความปลอดภัย จิตใจที่มั่นคง ความสว่างของจิตสำนึกและความพอเพียง ธรรมชาติบำบัด การรักษาโรคในแนวทางที่ถูกต้อง

ถ้าถามถึงความเจ็บไข้ได้ป่วย ก็หมายถึงข่าวดีละครับ คนป่วยจะหายและฟื้นตัวในเร็ววันนี้

ชาวนอร์สใช้อักขระนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ และความสำเร็จในการใช้ชีวิต ในรูนส์ที่ทำจากไม้และหิน มันเป็นอักขระที่ไม่มีวันกลับหัว แต่ถ้าเป็นไพ่รูนส์ เมื่อเสี่ยงทายได้ไพ่กลับหัวก็หมายถึงสิ่งที่ตรงกันข้ามกลับที่กล่าวมาทั้งหมดครับ





เด๊ก (Daeg) หรือ ดากาซ (Dagaz)

เทียบได้กับอักษร D ในภาษาอังกฤษ

ความหมาย : วัน

หมายถึง ความสว่างสดใส แสงแรกของรุ่งอรุณ ความเย็นสบายในที่ร้อน หรืออบอุ่นในที่หนาว การเติบโตของสรรพสิ่ง โอกาสใหม่ ชีวิตใหม่ สถานภาพใหม่ ความกระจ่างแจ้ง วิสัยทัศน์ การสิ้นสุดของสภาวการณ์อันเลวร้าย เงื่อนไขที่นำไปสู่ผลสำเร็จในการแก้ปัญหา

อักขระนี้ดูเหมือนกับว่ามีความหมายคล้าย Sigel แต่จริงๆ ต่างกันครับ

เพราะ ซีเกล หมายถึงชัยชนะ หรือรางวัลที่ได้รับสำหรับการที่เพิ่งหลุดพ้นจากสถานการณ์ หรือภารกิจอย่างใดอย่างหนึ่งมา และเป็นก้าวย่างที่สำคัญของชีวิต

แต่ Daeg คือช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์ของชีวิต หลังจากที่ได้เพาะบ่มประสบการณ์ต่างๆ มาจนรู้แจ้ง รู้เท่าทันความเป็นไปของชีวิต และโลกธรรมทั้งหลายเป็นอย่างดี

พูดได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มาถึงหลังจากคุณได้ผ่านประสบการณ์ทุกอย่างที่สื่อผ่านอักขระรูนส์ทั้ง 22 ตัวอักษรที่ผ่านมาไงครับ มันเป็นช่วงที่คุณได้กลายเป็นคนใหม่โดยสมบูรณ์ ทุกอย่างกระจ่างชัด ไม่มีอะไรให้คุณต้องแสวงหาอีกต่อไป

อักขระนี้ไม่กลับหัวสำหรับรูนส์ที่ทำด้วยหินและไม้ แต่ถ้าในไพ่รูนส์ หากมันกลับหัวก็แปลว่า ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ผมบอกไปแล้วเท่านั้นเอง




โอเดล (Odel) หรือ โอธีลา (Othila)

เทียบได้กับอักษร O ในภาษาอังกฤษ

ความหมาย : บ้าน

หมายถึง ความผาสุก บ้านและครอบครัวที่สมบูรณ์ ความรักใคร่ปรองดองในครอบครัวหรือญาติมิตร บุคคลในตระกูล ญาติผู้ใหญ่ กิจกรรมหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวหรือเครือญาติ อสังหาริมทรัพย์ ที่พำนักอันปลอดภัยและสุขสบาย

เมื่อชาวนอร์สคนหนึ่ง ได้ออกผจญภัย แสวงหาความมั่งคั่ง ชื่อเสียง เกียรติยศ และผ่านสงครามการต่อสู้อันยาวนาน จนเรื่องราวของเขาเป็นที่เล่าขาน สิ่งสุดท้ายที่เขาคาดหวัง คือได้กลับบ้าน ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับภรรยาและลูกหลาน แบ่งปันประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มรุ่นใหม่ๆ ที่จะออกเดินทางไปแสวงโชคเช่นเดียวกับที่เขาผ่านมาทั้งชีวิต

ดังนั้นอักขระนี้จึงเป็นอักขระท้ายสุดที่ปรากฏในรูนส์ ในขณะที่อักขระอื่นๆ ก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นถึงช่วงเวลา ความปรารถนา ปัจจัยภายใน-ภายนอก และจังหวะชีวิตที่จะเปลี่ยนแปลงคนคนหนึ่ง ให้กลายเป็นคนที่สมบูรณ์ ท้ายที่สุด ความสมบูรณ์ในช่วงชีวิตของคนคนหนึ่งก็สามารถสรุปได้ด้วย Odel อันเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการในบั้นปลายของชีวิต

อักขระนี้ยังอาจสื่อถึง บรรพชน มรดก และที่ดิน นอกจากนั้นก็ยังบ่งชี้ถึง โบราณวัตถุสถาน หรือสิ่งที่ทำเทียมโบราณวัตถุอีกด้วย

ก็เป็นอันว่าครบถ้วนกระบวนความแล้วนะครับ สำหรับความหมายโดยสังเขปของรูนส์ทั้ง 24 ตัวอักษร บางท่านอาจสงสัยว่า...เอ๊ะ! เวลาไปซื้อหินรูนส์มาหนึ่งชุด เขามักจะมีหินรูนส์ว่างๆ มาให้ 1 ชิ้นที่ไม่จารึกอักขระใดๆ เลย แล้วมันจะเอาไว้ใช้ทำอะไรล่ะ?

หินรูนส์ว่างๆ นี้ เขาเรียกว่า Wyrd ครับ ความหมายของมันพูดง่ายๆ ก็คลุมเครือ คือเอาไว้ช่วยเวลาเราใช้ sense ในการทำนายน่ะครับ แต่เท่าที่เห็นกันทั่วไปคือ มันจะทำให้งงมากกว่า

ส่วนสายที่ผมเรียนมา (และกำลังจะอธิบายต่อไป) เริ่มต้นการพยากรณ์ด้วยการบูชาจอมเทพโอดิน (Odin) เป็นการขอ sense และปรีชาญาณจากท่านอยู่แล้ว หินรูนส์ว่างๆ ชิ้นนี้เลยไม่จำเป็น คือไม่มีการนำมาใช้เลยครับ


แต่ถ้าคุณไปอ่านหนังสือเล่มอื่น แล้วเขาอธิบายไว้ซะหรูหราอลังการ ก็แล้วแต่ความเชื่อของคุณละกัน เพราะแต่ละตำรา เขาก็อธิบายไว้ไม่เหมือนกันหรอกครับ มันขึ้นอยู่กับการตีความส่วนบุคคลมากกว่า



……………………………



หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด