Wednesday, January 6, 2016

แนะนำหนังไวกิ้ง เพื่อสาวกไวกิ้ง


เปลี่ยนบรรยากาศกันบ้างครับ โพสต์นี้ผมขอแนะนำหนังไวกิ้งที่น่าสนใจจากอดีตถึงปัจจุบัน เพื่อเติมเต็มจิตวิญญาณของอาซาทรูเออร์ทั้งผอง (ว่าไปนั่น) ซึ่งแทบทุกเรื่องหาหนังแผ่นได้ในเมืองไทย ยกเว้น Norse by Norsevest ต้องสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตอย่างเดียวครับ




The Viking Sagas (1995)

เป็นภาพยนตร์อเมริกันที่สร้างในปี 1995 กำกับโดย Michael Chapman นำแสดงโดย Ralf Möller และ Sven-Ole Thorsen เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในไอซ์แลนด์ยุคไวกิ้ง ซึ่ง Kjartan (Moeller) ต้องสัประยุทธ์กับกลุ่มนักรบไวกิ้งโฉด นำโดย Ketil (รับบทโดย Hinrik Ólafsson) ที่เข้ามายึดครองที่ทำกินของบิดาของเขา จนบิดาของเขาต้องฆ่าตัวตาย มิหนำซ้ำยังพยายามแย่งชิง Gudrun (รับบทโดย Ingibjörg Stefánsdóttir) คนรักของเขาอีกด้วยครับ

เพื่อการนี้ Kjartan จึงต้องไปฝึกวิทยายุทธกับอดีตนักรบไวกิ้ง Gunnar (Thorsen) เพื่อกลับไปล้างแค้นให้บิดาและชิงคนรักคืนมา แต่ปัญหาก็เกิดเมื่ออาจารย์กับลูกศิษย์หลงรักผู้หญิงคนเดียวกันน่ะสิครับ ทำให้ต้องลุ้นมากๆ ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร




Hercules: The Legendary Journeys (TV Series) : Norse by Norsevest (1998)

นำแสดงโดย Kevin Sorbo ผู้รับบทเป็นเฮอร์คิวลิสในซีรี่ส์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อราวๆ 20 ปีที่ผ่านมา ร่วมด้วย Ben Reed และ Tamara Gorski

ปกติซีรี่ส์เฮอร์คิวลิสก็จะดำเนินเรื่องอยู่ในดินแดนกรีก และเกี่ยวพันกับเทพเจ้ากรีกเป็นหลักครับ แต่หลังจากคู่หูของเฮอร์คิวลิสตาย ก็มีการเขียนเรื่องใหม่ให้เฮอร์คิวลิสออกไปผจญภัยในดินแดนและอารยธรรมอื่นๆ ในชุด The Legendary Journeys ซึ่งก็รวมถึงสแกนดิเนเวียนี้ด้วยไงครับ

ในภาคนี้ เฮอร์คิวลิสมีฉากประลองกำลังกับธอร์ ซึ่งนับว่าเป็นเทพแห่งพละกำลังด้วยกันทั้งคู่ และต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ของเทพบาลเดอร์อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แล้วหลังจากนั้นก็ต้องพยายามทำลายแผนชั่วของโลคี ช่วยกู้วิกฤติการณ์ให้อัสการ์ด เป็นภาคที่นำเสนอได้อย่างสนุกและรักษามาตรฐานของซีรี่ส์ไว้ได้เป็นอย่างดี




The 13th Warrior - พลิกตำนาน สงครามมรณะ (1999)

ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายของ Michael Crichton เรื่อง Eaters of the Dead ของค่าย Touchstone Pictures กล่าวถึงเรื่องราวของ Ahmed Ibn Fahdlan (รับบทโดย Antonio Banderas) ขุนนางหนุ่มแห่งแบกแดดที่มีความสัมพันธ์กับสาวต้องห้าม จนถูกถูกส่งไปเป็นฑูตในดินแดนที่ห่างไกล จนกระทั่งไปเจอกลุ่มนักรบไวกิ้งซึ่งนำโดย Buliwyf (รับบทโดย Vladimir Kulich) ผู้ลึกลับและกล้าหาญ ร่วมด้วย Herger the Joyous (รับบทโดย Dennis Storhoi) ไวกิ้งผู้อารมณ์ดีตลอดเวลา

ในเวลาเดียวกันนั้น King Hrothgar (รับบทโดย Sven Wollter) ได้ส่งโอรสมาขอความช่วยเหลือจาก Buliwyf และผู้พยากรณ์ประจำกลุ่มได้เตือนว่า พวกเขาจะแพ้ถ้าไม่หานักรบคนที่ 13 เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งต้องเป็นคนที่ไม่ได้มาจากทางเหนือ ดังนั้น Ibn Fahdlan จึงต้องตกกระไดพลอยโจน เขาต้องเข้าร่วมกับการต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตปริศนาในตำนาน ที่ฆ่าและกินคนอย่างสยดสยอง เพื่อค้นพบวิถีทางของตนเอง

เป็นหนังที่ไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้มากนักเมื่อลงโรง แต่สร้างความประทับใจให้กับแฟนคลับไวกิ้งทั่วโลก รวมทั้งสาวกของ อันโตนิโอ บันเดอรัส ซึ่งถือได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของเขาเลยทีเดียวครับ




Berserker : Hell’s Warrior (2004)

กำกับการแสดง เขียนบทและสร้างโดย Paul Matthews เนื้อหาอิงกับตำนานของ Brunhilda (รับบทโดย Kari Wuhrer) นางฟ้าวัลคีรีส์ที่ขัดคำสั่งของจอมเทพโอดิน และถูกพระองค์พันธนาการไว้ในวงล้อมของเปลวเพลิง

Barek (รับบทโดย Paul Johansson) และ Boar (รับบทโดย Craig Sheffer) พี่ชายของเขา ได้ค้นพบสถานที่ที่บรุนฮิลด้าถูกขังอยู่ และนับจากนั้น ชะตากรรมของโบร์ บาเร็ค และบรุนฮิลด้าได้เชื่อมโยงกันด้วยคำสาปอาถรรพณ์ต่อเนื่องไปอีกนับพันปี จนทั้งสามต้องมาขับเคี่ยวกันในยุคปัจจุบัน

ในเรื่องนี้ เราจะได้เห็นฉากสงครามของนักรบไวกิ้งในอดีต และการดวลดาบของพระเอกกับเหล่าร้ายที่ข้ามกาลเวลามาในยุคไฮเท็ค แถมบรุนฮิลด้ากับเหล่านางฟ้าวัลคีรีส์ก็กลายเป็นผีดูดเลือดไปหมด แต่สนุกมากครับ ที่สำคัญก็คือ เพลงประกอบภาพยนตร์ซึ่งให้บรรยากาศแบบไวกิ้งมากๆ ด้วย




Curse of the Ring ปาฏิหาริย์ศึกล้างคำสาป (2004)

กำกับโดย Uli Edel สร้างจากตำนานอันเลื่องชื่อของชาวนอร์ส The Ring of Nibellungs  นิยายปรัมปราซึ่งพรรณนาถึงความกล้าหาญ เวทมนตร์คาถา กิเลส และการผจญภัยที่สร้างความระทึกให้บรรดานักอ่านมานานกว่า 1,500 ปี

เรื่องของ Siegfried (รับบทโดย Benno Furmann) บุตรชายช่างตีดาบซึ่งสร้างชื่อเสียงจากการสังหารมังกร Fafnir เพื่ออาบเลือดของมัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายของเขาคงกระพัน \แต่เขาไม่เคยรู้ตัวว่ามีส่วนหนึ่งของร่างกายที่ไม่ถูกชโลมด้วยเลือดมังกร และนั่นคือจุดอ่อนของเขา ที่ทำให้เขาถูกทรยศจากคนที่เขาคิดว่าเป็นเพื่อน นำมาซึ่งมรณกรรมของเขาเองในท้ายที่สุด

โศกนาฏกรรมอันเกิดจากเพื่อนทรยศ ที่โลภในทรัพย์สมบัติ ยังทำให้ Brunhild (รับบทโดย Kristanna Loken) นางพญาแห่งไอซ์แลนด์ผู้รักซิกฟรีดหมดหัวใจ แต่ก็จำต้องแต่งงานกับจอมทรยศเพราะแผนชั่วของมันที่หลอกใช้ซิกฟรีดนั่นเองเป็นเครื่องมือ เรื่องราวทั้งหมดจบลงด้วยความเศร้า แต่ก็ดำเนินเรื่องอย่างลื่นไหล มีแง่มุมให้ติดตามโดยตลอดครับ




Blood of Beasts (2005)

เป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ Jane March สาวน้อยจากภาพยนตร์อีโรติก The Lover ที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุค 1992

คราวนี้เธอมารับบทเป็น Freya ธิดาของกษัตริย์ Thorsson ผู้นำเผ่าไวกิ้ง ซึ่งหลังจากพระบิดาสิ้นพระชนม์ Sven นักรบที่เก่งที่สุดก็ต้องการครอบครองเธอเพื่อขึ้นเป็นกษัตริย์แทน แต่ตัวเจ้าหญิงนั้นชอบพออยู่กับ Agnar ซึ่งหายสาบสูญไปในเกาะที่ต้องคำสาปของโอดิน เมื่อเธอเดินทางไปยังเกาะนั้นก็พบว่าเกาะนั้นครอบครองโดยนักรบอสูร ซึ่งได้กลายเป็นผู้ครอบครองหัวใจของเธอ ก่อนจะนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครได้สมหวัง

ภาพยนตร์เรื่องนี้เมื่อผลิตออกมาครั้งแรก ใช้ชื่อว่า Beauty and the Beast เหมือนการ์ตูนเพลงของวอลท์ ดีสนีย์ซึ่งฮิตกันระเบิดเถิดเทิงไปทั่วโลก ตอนหลังถึงมาเปลี่ยนชื่อ นัยว่าเพื่อแก้ปัญหาความสับสนครับ เป็นหนังฟอร์มไม่ใหญ่นัก แต่สนุกและสวยใช้ได้เลยทีเดียว




Beowulf & Grendel จอมคนพลิกปฐพี (2006)

ณ ห้วงเวลาแห่งเหล่าวีรบุรุษ เมื่อเดนมาร์กถูกคุกคามจาก Troll หรือยักษ์ที่ชื่อว่า Grendel ขุนศึกยอดนักสู้ชาวไวกิ้ง Beowulf ตอบรับคำขอขององค์กษัตริย์ Hrothgar ที่จะสังหารมัน แต่ต่อมาเบวูล์ฟก็พบว่า เกรนเดลถูกพวกของกษัตริย์ที่ขอความช่วยเหลือจากตนนั่นละครับฆ่าพ่อของมันตาย มันจึงพยายามตามแก้แค้นคนที่ฆ่าพ่อของเขา แต่ในฐานะนักรบ เบวูล์ฟจำเป็นต้องปกป้องผู้คนและสังหารเกรนเดลด้วยคมดาบของเขา

          เบวูล์ฟต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อเขาต้องเลือกระหว่างจิตสำนึก กับความจงรักภักดีต่อองค์กษัตริย์ เมื่อแม่ของเกรนเดลที่น่าสยดสยองกว่า ตามมาล้างแค้นอีกครั้ง เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าเจ็บปวดว่า เขากำลังสร้างชื่อเสียงจากสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างแท้จริง ต้องเสียทั้งเพื่อน และไม่มีอะไรน่าภาคภูมิใจสำหรับวีรกรรมที่เกิดขึ้น




Beowulf ขุนศึกโค่นอสูร (2007)

ดัดแปลงจากตำนานชุดเดียวกับเรื่องข้างบนละครับ ตัวละครเดียวกันโครงเรื่องคล้ายกัน แต่รายละเอียดของเหตุการณ์แตกต่างกัน เดนมาร์กที่ครอบครองโดยกษัตริย์ Hrothgar ได้รับความทุกข์เข็ญจากความหวาดกลัว ปิศาจร้าย เกรนเดล ที่เข้ามาล่ามนุษย์เป็นอาหาร จนต้องขอความช่วยเหลือจากนักรบผู้เป็นตำนานอย่างเบวูล์ฟ (รับบทโดย Ray Winstone) มาช่วยปกป้อง

เบวูล์ฟสังหารเกรนเดลโดยหารู้ไม่ว่า ได้จุดไฟแห่งความแค้นให้กับมารดาปีศาจของอสูรตนนั้น และนำมาซึ่งการเอาคืนอย่างแยบยล ด้วยมนต์สะกดของนางปีศาจที่ทำให้เบวูล์ฟกระทำสิ่งที่ผิดพลาดครั้งสำคัญในชีวิต

สุดท้าย การชดใช้ในการกระทำที่ผิดพลาดมหันต์ จึงจำต้องถูกแก้ไขให้ลุล่วง ด้วยตัวของเบวูล์ฟเอง อย่างสาหัสสากรรจ์ ด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าผู้ใด ส่งผลให้ตำนานของเขาผู้นี้เป็นอมตะ

หนังเรื่องนี้สร้างโดยใช้เทคนิคใหม่ในวงการ CG ที่เรียกกันว่า Performance Capture คือการนำเอาภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดงจริง มาแปลงเป็นภาพกราฟฟิกให้ได้ดั่งใจ และสามารถสร้างสรรค์ เพิ่มเติมในสิ่งที่ต้องการให้มีในฉากต่าง ๆ ได้อย่างอิสระไม่ว่าจะเป็น ฉากหลัง โลเกชั่น หรือแม้กระทั่งรูปร่างของนักแสดงที่ต้องการให้เป็นแบบใดก็ได้

ยกตัวอย่างเช่น เรย์ วินสโตน ใครได้เห็นตัวจริงๆของเขาจะงงว่าหน้าตารูปร่างไม่ได้เป็นอย่างในภาพยนตร์แม้แต่น้อย ทั้งอ้วน เตี้ย ล่ำ จ้ำม่ำ แต่กลับกลายเป็นเบวูล์ฟผู้สง่าผ่าเผยได้อย่างไร นี่ละครับความสามารถ ของ Performance Capture เป็น Action Fantasy ที่สวยและดูสนุกอีกเรื่องหนึ่งที่ผมว่าสาวกไวกิ้งควรมีไว้ครับ




A Viking Sagas ไวกิ้ง นักรบสุดขอบโลก (2008)

ชื่อเกือบเหมือนเรื่องข้างบน และการเริ่มเรื่องก็คล้ายกัน ในยุคที่พวกไวกิ้งเรืองอำนาจ Heski หนูน้อยวัยสิบขวบต้องพบเห็นเหตุการณ์ที่พ่อของเขาถูกรุมฆ่าอย่างโหดเหี้ยมพร้อมกับคนในหมู่บ้าน

เขาเอาชีวิตรอดอย่างหวุดหวิด ด้วยความช่วยเหลือของผู้เป็นลุง และนำตัวไปชุบเลี้ยงเหมือนลูกแท้ ๆ จนกระทั้งเฮสกี้โตเป็นหนุ่มและร่วมล่องเรือไปทางใต้ และพบว่ากษัตริย์พระองค์ใหม่คือผู้มีส่วนกับเหตุการณ์สังหารหมู่ของครอบครัวเขา

จุดบรรจบของเรื่องนี้ จึงกลายเป็นสมรภูมิล้างแค้นที่จะต้องบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ตลอดกาล




Outlander ไวกิ้ง ปีศาจมังกรไฟ (2009)

เป็นครั้งแรกของโลกภาพยนตร์เลยครับ ที่นำเอาความเป็นภาพยนตร์ไซไฟของเอเลี่ยน ที่มี CG สุดมหัศจรรย์ เทคนิคพิเศษตระการตา มาผนวกกับความอลังการย้อนยุค กลิ่นอายอารยธรรมอันมีมนต์ขลังในสมัยไวกิ้งเรืองอำนาจมารวมกัน

เรื่องราวของมนุษย์ต่างดาวสองเผ่าพันธุ์ ที่ทำการต่อสู้มาอย่างยาวนาน จนมาวันหนึ่ง ยานอวกาศเผ่าพันธุ์ของ ไคแนน รับบทโดย Jim Caviezel (The Passion of the Christ, Frequency) ตกลงมายังโลกมนุษย์ในนอร์เวย์ สมัยที่ไวกิ้งยังเรืองอำนาจ

นั่นทำให้ไคแนนจำต้องเข้าร่วมกับนักรบไวกิ้ง สู้ศึกครั้งใหญ่กับ มัวร์เวน เอเลี่ยนโหดที่ตามล่าไคแนนมาถึงโลกมนุษย์ ชะตากรรมของชาวไวกิ้ง และไคแนนต้องพิสูจน์กันด้วยมหาสงครามไซไฟในครั้งนี้




Vikings (TV Series)

เป็นซีรี่ส์ประวัติศาสตร์จากช่อง History Channel ที่นำเสนอเรื่องราวตำนานของสแกนดิเนเวียในยุคไวกิ้ง ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ จากชาวไวกิ้งที่มีอยู่จริงชื่อว่า Ragnar Loðbrók เขาเป็นหนึ่งในเหล่าผู้นำของไวกิ้งผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงฝรั่งเศส และอังกฤษ หลังจากการรุกรานของเขา

รักนาร์ ล็อธบร็อค (รับบทโดย Travis Fimmel) เป็นทายาทสืบเชื้อสายมาจากจอมเทพโอดิน ทำให้เขาสามารถมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น รักนาร์เชื่อว่ายังมีดินแดนทางตะวันตกที่ยังไม่เคยมีใครเคยเดินทางไปถึง หลังจากศึกษาวิธีดูทิศจากพระอาทิตย์ เขาจึงแอบล่องเรือไปอังกฤษ แล้วบุกปล้มสดมภ์ ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ปกครองคือ Earl Haraldson (รับบทโดย Gabriel Byrne) ที่รักนาร์ละเมิดคำสั่งห้ามเดินทาง เป็นผลให้รักนาร์นำความร่ำรวยกลับบ้านแต่ก็ต้องต่อสู้กับเอิร์ลเพื่อความอยู่รอดของเขาและครอบครัว

Vikings เริ่มออนแอร์เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2013 ที่อเมริกา และแคนาดา โดยทำยอดผู้ชมสูงถึง 6 ล้านวิว เป็นซีรีส์ที่นอกจากจะดูสนุกแล้ว ผู้ชมยังได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของชาวไวกิ้งที่ได้จากการศึกษาทางโบราณคดีอย่างแท้จริง ทำให้เรียกได้ว่าเป็นหนังไวกิ้งที่สร้างได้ถูกต้องสมจริง และพิถีพิถันที่สุดครับ


ช่วงที่ผมโพสต์นี้เป็น season 4 ซึ่งก็มีหนังแผ่นขายแล้วในเมืองไทย สาวกไวกิ้งคนไหนไม่มีเรื่องนี้ถือว่า out มากๆ



……………………………



หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด