Saturday, September 12, 2015

การใช้รูนส์


ในการใช้รูนส์ ผู้เสี่ยงทายต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวแก่ความหมายของแต่ละตัวอักษร และจะต้องมีสภาวะจิตที่เปิดพร้อมจะรับการชี้นำจากเทพเจ้า เพราะอาศัยเพียงความเข้าใจความหมายของแต่ละตัวอักษร บางทีก็ไม่สามารถตีความได้

อักษรรูนส์มีหลายแบบ ใช้ในการเขียนภาษาโบราณต่างๆ ทั้งในภูมิภาคยุโรปเหนือและยุโรปตะวันออกหลายภาษา หากแต่อักษรรูนส์ชุดที่เก่าแก่ที่สุดที่จอมเทพโอดินทรงคิดค้นขึ้นเท่านั้นที่ถือกันว่ามีพลังอำนาจอย่างแท้จริง

อักษรรูนส์ชุดเก่าสุดนี้เรียกกันว่า The Elder Futhark

คำว่า Futhark ได้มาจากพยัญชนะ 6 ตัวแรกของอักษรรูนส์ทั้งหมด ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ชุด (Aetts) ชุดละ 8 ตัวอักษร

ชุดที่ 1 เรียกว่า Frey’s Aett ประกอบด้วย : (เทียบกับพยัญชนะในภาษาอังกฤษปัจจุบัน) Feoh = F, Ur = U, Thorn = TH, Ansur = A, Rad = R, Ken = K, Gyfu = G, Wyn = W/V

ชุดที่ 2 เรียกว่า Hagal’s Aett ประกอบด้วย : Hagal = H, Nyd = N, Is = I, Ger = J, Eoh = Y, Peorth = P, Eolh = C/Z, Sigel = S

ชุดที่ 3 เรียกว่า Tyr’s Aett ประกอบด้วย : Tyr = T, Beorc = B, Ehwaz = E, Man = M, Lagu = L, Ing = NG, Daeg : D, Odel = O






(ชื่ออักษรแต่ละตัว จะเขียนและอ่านแตกต่างจากในภาพประกอบ แต่เป็นอักขระตัวเดียวกันครับ ผมระบุชื่อไว้ในที่นี้ตามสายวิชาที่ผมศึกษามา ซึ่งก็จะพบได้ในตำรารูนส์ของฝรั่งหลายเล่มเหมือนกัน)

ในบทความที่จะโพสต์ต่อจากนี้ไป ผมจะเริ่มอธิบายความหมาย (โดยสังเขป) ของอักษรรูนส์แต่ละตัว จนครบ 24 ตัว เพื่อเป็นความรู้สำหรับทุกท่านที่สนใจในด้านนี้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปแกะจากภาษาอังกฤษ หรือพยายามทำความเข้าใจจากหนังสือภาษาไทยบางเล่ม (ซึ่งมั่วมาก)

ส่วนถ้าหากว่าโพสต์ไปแล้ว จะมีการแชร์ต่อๆ กันไป แล้วใครคนใดคนหนึ่ง copy เอาไปแปะในเฟซของตัวเองหรือในบล็อกส่วนตัว เพื่อโชว์ว่าเป็นความรอบรู้ของเขาเอง หรือถึงขนาดว่าจะเอาไปใช้ทำนายกับหินรูนส์ที่ซื้อมา ประมาณว่าตั้งตัวเป็นอาจารย์หากินได้เลย อะไรทำนองนั้น

ผมก็เสียใจด้วยนะครับที่จะบอกว่า จากประสบการณ์ของผมซึ่งทำงานในส่วนนี้มากว่า 20 ปี รูนส์เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้จากครูบาอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์มากพอ

แถมบางสาย (เช่นสายที่ผมสืบทอดมา) ยังต้องบูชาองค์เทพที่เกี่ยวข้องด้วย ถึงจะพยากรณ์ระดับมืออาชีพได้ครับ

ถ้าศึกษาด้วยตนเอง ไม่บูชาจอมเทพโอดิน (เพราะหนังสือที่สอนวิธีบูชาอย่างถูกต้องมันมีแค่เล่มเดียวในประเทศไทยน่ะสิ) ต่อให้มี sense เดิมอยู่มากแค่ไหน มันก็จะก้าวหน้าได้ช้ามากครับ จะเอาแรงครูจากศาสตร์อื่นมาช่วยก็ไม่ได้ เพราะเป็นคนละศาสตร์กันครับ ตัวผมเองใช้อยู่หลายศาสตร์ ก็ทำตามพิธีกรรมและวิธีการของแต่ละศาสตร์โดยเฉพาะ ไม่เอามาผสมปนเปกัน

ที่ต้องพูดแบบนี้ เพราะยุคนี้ เด็กรุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้าสู่วงการ แล้วอยากเก่งเป็นผู้วิเศษแบบคลิกเดียวทันใจ มีมากครับ 

บางคนไม่ทันรู้อะไรมาก ก็แต่งหนังสือขายเป็นคุ้งเป็นแคว ลอกชาวบ้านเขาตัดแปะๆ ไปเรื่อย ก็กลายเป็นผู้วิเศษแล้วครับ



No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.