Sunday, October 22, 2017

วัตถุมงคลและเครื่องบูชา




เทวรูปของจอมเทพโอดิน มหาเทวีเฟรยา และมหาเทพธอร์ เดี๋ยวนี้มีมากมายหลายรูปแบบในเว็บไซต์ต่างๆ ครับ

ที่นิยมกันมาก จะเป็นเนื้อเรซินผสมผงหินอ่อน ชุบสีแบบ Cold Cast Bronze สามารถเลือกหาตามใจชอบได้สบาย

เพียงแต่ถ้าจะบูชามากกว่าหนึ่งองค์ ก็หาแบบที่ตั้งด้วยกันแล้วดูเข้ากันหน่อยก็พอครับ

เช่น ชุบสีแบบ Cold Cast Bronze เหมือนกัน หรือ ระบายสี เหมือนกัน ไม่ใช่ว่า 1 แท่น มีทั้งสองอย่าง




เทวรูปที่ขายกันอยู่ในอินเตอร์เน็ต 99% จะไม่ได้รับการเทวาภิเษก ซึ่งหมายความว่าถ้าเอามาตั้งบูชา กี่ปีกี่ชาติก็ไม่มีพลังอำนาจใดๆ ทั้งสิ้นครับ

เพราะเป็นของผลิตจากโรงงาน เขาทำไว้สำหรับเป็นของบูชาก็ได้ ของแต่งบ้านก็ได้

แต่กฎพื้นฐานทางเทวศาสตร์ก็คือ เทวรูปที่จะใช้ในการบูชาให้ได้ผล ต้องผ่านการเทวาภิเษก

และต้องเป็นการเทวาภิเษกที่ถูกต้อง ตามคติแห่งการบูชาเทพนั้นๆ ด้วยนะครับ

จะใช้ศาสตร์อื่น เช่น วิคคา (Wicca) ไม่ได้ เพราะมีผลน้อย หรือไม่ก็ไม่มีผลเลย

ซึ่งถึงแม้ว่าในหนังสือ อติเทวปกรณ์ ผมจะเขียนวิธีการเทวาภิเษกเทวรูปอาซาทรูด้วยตัวเองไว้แล้วก็จริงครับ




แต่คนที่จะทำได้ตามนั้น ต้องมีพื้นฐานเทวศาสตร์ยุโรปสายอื่นๆ มาแล้วพอสมควร

และจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผ่านมา ทุกคนที่มีหนังสือเล่มนั้น ก็ไม่มีใครยอมตั้งพิธีเสกเองหรอกครับ ล้วนแต่ยกมาให้ผมทำพิธีให้ทั้งนั้น

ดังนั้น ชอบใจเทวรูปแบบไหนในอินเตอร์เน็ต ก็สั่งมาครับ บวกค่าส่งแล้วก็ไม่ถึงกับแพงอะไรมากมาย แล้วยกมาให้ผมทำพิธีให้

พิธีผมก็คล้ายๆ กับที่เขียนไว้ครับ แต่จะมีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน เพราะไม่ใช่เป็นแบบที่ใช้สำหรับบุคคลทั่วไป

ค่าพิธีผมคิดองค์ละ 2,000 บาท สำหรับเทวรูปขนาดประมาณพระหน้าตัก 4 นิ้วของไทย ถ้าใหญ่กว่านั้นก็เพิ่มนิ้วละ 500 เล็กกว่าก็ลดลงตามส่วน

แต่ถ้าเล็กกว่าพระหน้าตัก 3 นิ้วไทย ผมไม่รับเสก เพราะใช้ไม่ได้ผลในการบูชาครับ

จริงๆ ผมเองก็มีเทวรูปจอมเทพโอดิน มหาเทวีเฟรยา และมหาเทพธอร์ที่ทำพิธีไว้นานแล้ว เหลืออย่างละ 1 องค์ ให้เช่าบูชา ราคาใกล้เคียงกับราคาที่คุณสั่งจากเน็ตบวกค่าส่งครับ




จอมเทพโอดิน พระเป็นเจ้าสูงสุดแห่งสวรรค์ เทพแห่งสติปัญญา ความฉลาด ไหวพริบปฏิภาณ ความรอบรู้ กวีนิพนธ์ เวทมนต์ ปรีชาญาณ การพยากรณ์

ใครที่คิดว่าจะศึกษารูนส์ แบบมีเทพบรมครูที่ถูกต้อง ไม่ใช่ศึกษารูนส์ด้วยลัทธิการเดาหรือครึ่งๆ กลางๆ แบบตำราทั่วไป ที่เผยแพร่กัน ต้ององค์นี้แหละ ไม่ต้องไปมองหาที่อื่นแล้ว

ฐานกว้าง 22.5 ซม. สูง 25 ซม. เนื้อเรซินผสมผงหินอ่อนระบายสี องค์ละ 5,000 บาท (รวมค่าส่ง) หมด




มหาเทพธอร์ เทพแห่งพละกำลัง ความแข็งแกร่ง ความกล้าหาญ และอสุนีบาต ผู้พิทักษ์สวรรค์ และทรงอานุภาพที่สุดในคณะเทพเอเซียร์

ฐานกว้าง 17 ซม. สูง 30 ซม. เนื้อเรซินผสมผงหินอ่อนระบายสี องค์ละ 4,800 บาท (รวมค่าส่ง) หมด

ทั้งสององค์นี้ ผมเคยตั้งแท่นบูชาไว้ใน อาศรมอารยสรัสวดี ผ่านการบูชาโดยสาธารณชน และพิธีกรรมการบูชาประจำปี รวมทั้งพิธีสำคัญ่างๆ เป็นอันมาก ไม่ว่าจะเป็นพิธีปลุกเสกดาบ ปลุกเสกหินรูนส์ให้ศิษย์ของทางอาศรมฯ ขณะนั้น

คุณภาพคับแก้วขนาดนี้ คงไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นแล้วมั้งครับ

แต่ขอแถมนิดหนึ่ง เนื่องจากเป็นเทวรูปรุ่นเก่าแล้ว เทวรูประบายสีแบบ 2 องค์นี้ จึงน่าจะไม่มีจำหน่ายในอินเตอร์เน็ตแล้วนะครับ เพราะทางโรงงานเลิกผลิตไปนานแล้ว

หรืออาจจะมีตกค้างอยู่ในบางเว็บ แต่ถ้าไปสั่งซื้อ ต้องลุ้นอีกนะครับ ว่าเขาจะ shipping มาให้ถึงเมืองไทยได้หรือไม่




มหาเทวีเฟรยา นางพญาแห่ง Valkyries เทวีแห่งความงาม ความรัก กามารมณ์ และพลังแห่งสตรีเพศ คุรุเทวีผู้ประทานความรู้ในการใช้เวทมนต์และมายาศาสตร์

ฐานกว้าง 12.5 ซม. สูง 28 ซม. เนื้อเรซินผสมผงหินอ่อน ชุบสีแบบ Cold Cast Bronze องค์ละ 4,500 บาท (รวมค่าส่ง) หมด

เหมาะสำหรับการตั้งบูชาเดี่ยวๆ ครับ เพราะขนาดจะใหญกว่าจอมเทพโอดิน และมหาเทพธอร์ที่ชุบสีแบบ Cold Cast Bronze (ต้องสั่งจากอินเตอร์เน็ตครับ blog นี้ไม่มี) 




ฐานกว้าง 10 ซม. สูง 26.5 ซม. เนื้อเรซินผสมผงหินอ่อน ชุบสีแบบ Cold Cast Bronze องค์ละ 4,200 บาท (รวมค่าส่ง) หมด

ตั้งคู่กับจอมเทพโอดินได้สบายครับ แต่ต้องเป็นจอมเทพโอดินที่ชุบสีแบบ Cold Cast Bronze เหมือนกัน (ต้องสั่งจากอินเตอร์เน็ตครับ blog นี้ไม่มี)

บูชาเทวรูปใน blog นี้แล้ว ต้องมีเครื่องบูชาตามนี้นะครับ ขาดไม่ได้ เพราะเป็น package ที่ต้องใช้ควบคู่กัน ตามสายวิชาเดียวกัน และไม่มีขายตามท้องตลาดด้วย ผมเองเป็นคนทำพิธีเทวาภิเษกเทวรูป ยังต้องมีติดแท่นบูชาไว้ตลอด




น้ำมันหอมไวกิ้ง เบลนด์ (Viking Blend) สูตรผสมผสานจากน้ำมันหอมระเหยแท้ (Essential Oil) สำหรับหยดใน Burner เพื่อบูชาเทพและเพิ่มพลังจิต ทำให้เชื่อมโยงจิตสัมผัสของเรากบองค์เทพง่ายขึ้น

ใช้ได้ทั้งจอมเทพโอดิน มหาเทวีเฟรยา มหาเทพธอร์ และเทพเอเซียร์ทุกองค์ ไม่ต้องลำบากไปหาน้ำมันหอมระเหยสำหรับองค์ใดองค์หนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งถ้าบูชามากกว่า 1 องค์ จะยุ่งยากมิใช่น้อยครับ

บรรจุขวดแก้ว 10 ml. ราคา 550 บาท ค่าส่งลงทะเบียน 45 บาท             




กำยานเสก ผลิตจากมวลสารธรรมชาติ กลิ่นหอมนุ่ม ไม่ฉุน ปั้นด้วยมือทีละตัว และประจุคาถามงคล ทั้งเมตตามหานิยม ขจัดภัย เสริมโชคลาภ ทุกลัทธิศาสนา รวมทั้งอาซาทรู (เสกโดยองค์มหาเทวีเฟรยา)

ใช้จุดบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นั่งสมาธิ หรือพิธีที่จัดเป็นพิเศษ และสามารถใช้จุดเพื่อล้างอาถรรพณ์ ขจัดมลทินของสถานที่

1 กล่อง มี 45 ดอก ราคากล่องละ 430 บาท ค่าส่งลงทะเบียน 45 บาท




น้ำกุหลาบออร์แกนิค (Mystica Organic Rose Hydrosole)

น้ำกุหลาบแท้ จากแหล่งเพาะปลูกเก่าแก่ของโลก เป็นน้ำดอกไม้ที่มีพลังปราณจากธรรมชาติสูงสุด ใช้ฉีดบางๆ บนเทวรูป ก่อนจะว่าคาถาอัญเชิญ

องค์เทพชอบมากครับ โดยเฉพาะเทพนอร์ส เทพกรีก-โรมัน อียิปต์ เมโสโปเตเมีย

บรรจุในขวดสเปรย์ ใช้งานง่าย สามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ ใช้ฉีดพรมใบหน้าและผิวกายก็ยังได้นะครับ จะรู้สึกสดชื่นขึ้นทันตาเห็น ลดอาการคันได้ด้วย และไม่มีการแพ้ เพราะได้จากดอกกุหลาบที่ปลูกแบบธรรมชาติจริงๆ ไร้สารเคมี

ขนาด 100 ml. ราคา 550 บาท, 30 ml. ราคา 250 บาท ค่าส่งลงทะเบียน 45 บาท




น้ำมันหอม และ สเปรย์ เพียวริฟิเคชั่น (Purification Oil & Spray) สูตรผสมผสานจากน้ำมันหอมระเหยแท้ (Essential Oil)

          ใช้สำหรับการชำระล้างพลังลบ ขจัดทำลายอัปมงคล อาถรรพณ์ และคุณไสยต่างๆ ที่ตกค้างในแท่นบูชา หินรูนส์ เครื่องราง

รวมทั้งการชำระปราณเสีย พลังลบ ภายในตัวเรา ที่ได้จากสถานที่อัปมงคลต่างๆ หรือจากการใช้รูนส์กับบุคคลที่ดวงตกมากๆ หรือสะสมอัปมงคลไว้มาก

น้ำมันหอม Purification สำหรับหยดใน Burner 10 ml. ราคา 550 บาท, 5 ml. ราคา 300 บาท

สเปรย์ Purification ใช้งานง่าย สามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ 100 ml. ราคา 200 บาท, 30 ml. ราคา 85 บาท

ค่าส่งลงทะเบียน รายการละ 45 บาท

กำยาน น้ำกุหลาบ น้ำมันหอม/สเปรย์ Purification สามารถใช้กับองค์เทพในลัทธิศาสนาอื่นได้ด้วยนะครับ




ผมมีไพ่ Tarot Vikingo อยู่ในคลังสะสม สำรับหนึ่ง กล่องและ booklet อาจดูเก่านิดหน่อย แต่ตัวไพ่สภาพใหม่ครับ เพราะไม่ได้ใช้งานอะไร นอกจากแกะพลาสติกออกมาถ่ายภาพ เพื่อประกอบหนังสือ อติเทวปกรณ์ และเพื่อเอามาแปะใน blog นี้




ไพ่ชุดนี้จัดทำโดย มันเฟรดี โตรัลโด (Manfredi Toraldo) และมี แซร์จิโอ ติสเซลลี (Sergio Tisselli) เป็นศิลปินผู้เขียนภาพประกอบ ผลิตโดย Lo Scarabeo ที่นักสะสมไพ่ทาร็อต (เป็นคำที่นักพยากรณ์ไพ่รุ่นเก่าใช้กัน และผมได้รับการสั่งสอนให้ใช้คำนี้มากกว่า “ทาโรต์”) รู้จักกันดี

ผมซื้อมาเพราะความสวยงาม และหายากครับ เมื่อซื้อมาชุดเดียว และไม่เคยลองเล่น จึงไม่รู้ว่าไพ่ชุดนี้มี “บุคลิกภาพ” หรือลักษณะเฉพาะในการทำนายมากน้อยแค่ไหน




แต่ในด้านของการตีความ และการนำเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในเทพนิยายนอร์สมารังสรรค์เป็นหน้าไพ่ ในส่วนนี้ทำได้อย่างเหมาะสม ทั้งผู้จัดทำและศิลปินมีความรู้จริงทั้งในศาสตร์ของไพ่ทาร็อต และเทพนิยายนอร์สเป็นอย่างดี จึงไม่น่าจะมีปัญหาในการใช้งานครับ

ปล่อยต่อในราคามิตรภาพ 595 บาท (รวมค่าส่ง) หมด

ทั้งหมดนี้ สนใจติดต่อที่ Line ID : Mystica4u


เครื่องบูชาอื่นๆ ตามที่ผมแจกแจงไว้ในบทความการบูชาจอมเทพโอดิน และมหาเทวีเฟรยา blog นี้ไม่มีขายครับ ต้องหาเอาจากหลายๆ แหล่งมาปะติดปะต่อกัน ตามแหล่งที่ให้ไว้แล้ว

Monday, February 20, 2017

ของวิเศษในเทพนิยายอาซาทรู





ในเทววิทยานอร์ส เทพเจ้ามิได้มีพลังอำนาจเหนือมนุษย์เท่าใดนักหรอกครับ

นอกจากสวยงามกว่า แข็งแรงกว่า มีพลังมากกว่า เท่านั้นเอง

ด้วยเหตุนี้ เหล่าเทพจึงต้องพึ่งพาของวิเศษต่างๆ เช่นเดียวกับวีรบุรุษที่เป็นมนุษย์

และบรรดาผู้สร้างของวิเศษเหล่านั้น แทบทั้งหมดคือเหล่าคนแคระผิวดำ ซึ่งอาศัยอยู่ใน สวาร์ทอัลฟ์ไฮม์ (Svartalfheim) ที่พำนักของช่างฝีมือที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกทั้งเก้าครับ 


คนแคระ ช่างฝีมือแห่งโลกทั้งเก้า

มีเทพนิยายอาซาทรูกล่าวถึงเทพเจ้าและวีรบุรุษ ที่ได้รับของวิเศษจากคนแคระเหล่านี้ หรือต้องบุกบั่นไปถึงสวาร์ทอัลฟ์ไฮม์เพื่อจะได้ของวิเศษอยู่เสมอ จนกลายเป็นตำนาน และเทพนิยายที่ใช้ร่วมกันทั่วทวีปยุโรปในเวลาต่อมา

คนแคระเหล่านี้ ได้แสดงฝีมือเป็นครั้งแรกในเทพนิยายนอร์ส เมื่อโลคีถูกจับได้ว่าลอบไปมีลูกกับยักษิณี อังเกอร์โบดา (Angrboða) และให้กำเนิดทายาทอสูรถึง 3 ตน จนถูกจอมเทพโอดินลงโทษครับ

โลคีทั้งอับอาย และเจ็บใจที่ถูกมหาเทพธอร์เยาะเย้ยซ้ำอีก จึงแอบไปกร้อนพระเกศาสีทองของเทวีซีฟ (Sif) ชายาของพระองค์ และถูกจับได้ เขาถูกลงโทษด้วยการไปอ้อนวอนให้ ดวาลิน (Dvalin) กับเหล่าคนแคระ ถักทอพระเกศาใหม่ถวายองค์เทวีซีฟ

ดวาลินกับพวกเห็นเป็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงในครั้งนี้ จึงนอกจากจะทอพระเกศาที่งดงามกว่าเดิม และยาวได้เองตามธรรมชาติถวายเทวีซีฟแล้ว ยังประดิษฐ์หอกวิเศษถวายจอมเทพโอดิน และเรือวิเศษถวายมหาเทพเฟรย์ด้วย

มีเทพนิยายอาซาทรูกล่าวถึงเทพเจ้าและวีรบุรุษ ที่ได้รับของวิเศษจากคนแคระเหล่านี้ หรือต้องบุกบั่นไปถึงสวาร์ทอัลฟ์ไฮม์เพื่อจะได้ของวิเศษอยู่เสมอ จนกลายเป็นตำนาน และเทพนิยายที่ใช้ร่วมกันทั่วทวีปยุโรปในเวลาต่อมา

คนแคระเหล่านี้ ได้แสดงฝีมือเป็นครั้งแรกในเทพนิยายนอร์ส เมื่อโลคีถูกจับได้ว่าลอบไปมีลูกกับยักษิณี อังเกอร์โบดา (Angrboða) และให้กำเนิดทายาทอสูรถึง 3 ตน จนถูกจอมเทพโอดินลงโทษครับ

โลคีทั้งอับอาย และเจ็บใจที่ถูกมหาเทพธอร์เยาะเย้ยซ้ำอีก จึงแอบไปกร้อนพระเกศาสีทองของเทวีซีฟ (Sif) ชายาของพระองค์ และถูกจับได้ เขาถูกลงโทษด้วยการไปอ้อนวอนให้ ดวาลิน (Dvalin) กับเหล่าคนแคระ ถักทอพระเกศาใหม่ถวายองค์เทวีซีฟ

ดวาลินกับพวกเห็นเป็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงในครั้งนี้ จึงนอกจากจะทอพระเกศาที่งดงามกว่าเดิม และยาวได้เองตามธรรมชาติถวายเทวีซีฟแล้ว ยังประดิษฐ์หอกวิเศษถวายจอมเทพโอดิน และเรือวิเศษถวายมหาเทพเฟรย์ด้วย

หอกวิเศษดังกล่าว มีขื่อว่า กูงเนียร์ (Gungnir) ได้กลายเป็นเทพอาวุธคู่พระหัตถ์ของจอมเทพโอดิน มันคือหอกวิเศษเมื่อพุ่งออกไปแล้วจะไม่มีวันพลาดเป้า และไม่ว่าเป้าหมายซ่อนอยู่ในที่ลึกลับซับซ้อนแค่ไหน หอกนี้ก็ตามหาจนพบครับ


จอมเทพโอดิน ทรงม้าสไลพ์เนียร์ออกล่าวิญญาณนักรบในมิดการ์ด
โดยทรงพุ่งหอกใส่ผู้ที่ทรงตัดสินว่าเป็นวีรบุรุษที่กล้าหาญที่สุด

แต่ในเทพนิยายนอร์ส เราแทบไม่เคยพบว่าจอมเทพทรงใช้หอกดังกล่าวนี้ในเรื่องใดที่สำคัญ นอกจากในการล่าวิญญาณวีรชนเท่านั้น โดยจะทรงเลือกจากนักรบที่กล้าหาญที่สุด แล้วพุ่งหอกกูงเนียร์ใส่นักรบผู้นั้น ผู้ที่ถูกหอกกูงเนียร์ของพระองค์ ก็จะตายด้วยน้ำมือศัตรูในสนามรบอย่างมีเกียรติ

นอกนั้น พระองค์มักทรงให้ผู้อื่นยืมไปใช้มากกว่า เช่นให้เทพไฮม์ดัลล์นำไปใช้ในการตามล่าโลคี ซึ่งแปลงเป็นแมวน้ำหนีไป หลังจากขโมยสร้อยพระศอของมหาเทวีเฟรยา


เรือสคีธบลัดเนียร์

ส่วนเรือวิเศษ สคีธบลัดเนียร์ (Skíðblaðnir) นั้น เป็นเรือที่แล่นไปได้ทุกหนแห่ง ทั้งบนบกและในน้ำ ตามแต่ความต้องการของเจ้าของ เมื่อไม่ใช้ก็สามารถย่อส่วนพับเก็บได้ แต่เรือลำนี้ไม่มีเรื่องราวใดๆ ในเทพนิยายครับ

การที่ดวาลินกับพวกสามารถสร้างผลงาน อันนำชื่อเสียงอย่างมากมายมาสู่สวาร์ทอัลฟ์ไฮม์ในครั้งนี้ ทำให้คนแคระสองพี่น้องคือ ซินดรี (Sindri) และ โบรกก์ (Brogg) อิจฉา จนต้องสร้างของวิเศษที่เลอเลิศเช่นกันขึ้นมาแข่ง

ของวิเศษที่เหล่าเทพทรงได้รับอีก 3 สิ่ง ที่เกิดขึ้นในการนี้ คือ


แหวนที่ทำขึ้นในปัจจุบัน จำลองแบบจากแหวนยุคไวกิ้งซึ่งมักใช้อ้างอิงกันว่าเป็นแหวนเดราพ์เนียร์

แหวนเดราพ์เนียร์ (Draupnir) แหวนแห่งความอุดมสมบูรณ์และความมั่งคั่ง ซึ่งทุกๆ 7 วันมันจะอันตรธานไปแล้วชุบตัวเองขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ดูใหม่อยู่เสมอ ทั้งสองพี่น้องถวายแหวนนี้แด่จอมเทพโอดิน

หมูป่าวิเศษ กูลลีนเบอร์สตี (Gullinbursti) ซึ่งนำแสงสว่างไปทุกหนทุกแห่ง ทั้งสองพี่น้องถวายหมูป่านี้แด่มหาเทพเฟรย์


มหาเทพเฟรย์ ทรงพญาหมูป่ากูลลินเบอร์สตีเป็นพาหนะ

พระองค์ทรงใช้มันเป็นพาหนะนับแต่นั้น ซึ่งชาวนอร์สเชื่อกันว่า แสงแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ คือแสงสว่างอันเกิดจากองค์มหาเทพทรงพญาหมูป่าตัวนี้มาถึงนั่นเอง

และ ฆ้อนวิเศษ เมียลเนียร์ (Mjölnir) ซึ่งสองพี่น้องถวายแด่มหาเทพธอร์ เป็นเทพอาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดในเทวปกรณ์ยุโรปเหนือ

เทพนิยายอาซาทรูพรรณนาว่า ฆ้อนนี้มีลักษณาการอ่อนเบาเหมือนหมอก ในขณะเดียวกับที่แกร่งดุจภูเขา มันทำด้วยเหล็กที่ดีที่สุดหลายๆ ชนิด ในโลกทั้งเก้า ซึ่งนำมาหล่อหลอมจนเป็นเนื้อเดียวกัน

เมื่อมหาเทพทรงทรงขว้างฆ้อนวิเศษนี้ออกไป มันจะลอยละลิ่วเข้าหาฝ่ายตรงข้ามได้ไม่มีวันพลาด และรวมพลังของฟ้าผ่าอันรุนแรงที่สุด เข้ากับพลังแห่งการทำลายอันไม่มีขีดจำกัดสู่เป้าหมาย โดยที่ไม่มีโล่และสิ่งใดในโลกนี้จะป้องกันได้ และไม่มีใครที่จะหลบหลีกได้พ้น 


ฆ้อลเมียลเนียร์ เทพอาวุธคู่ตำนานแห่งมหาเทพธอร์

เมื่อสังหารศัตรูเสร็จ เทพอาวุธนี้ก็จะลอยกลับสู่พระหัตถ์ขององค์เทพได้เอง และไม่ว่าจะทรงขว้างมันไปไกลเพียงใด มันก็จะลอยกลับมาหาพระองค์เสมอครับ

ชาวนอร์สเชื่อว่า เมื่อถึงเวลาสิ้นสุดฤดูหนาว มหาเทพธอร์จะทรงทุบก้อนน้ำแข็งให้แตกกระจายไปด้วยพลังแห่งฆ้อนเมียลเนียร์นี่ละครับ เพื่อขับไล่ความหนาวอันทารุณ และเปิดทางให้ฤดูใบไม้ผลิมาถึง

ในพิธีถวายพระเพลิงพระศพ ของ เทพบาลเดอร์ (Balður) และ เทวีนันนา (Nanna) เมื่อเรือ ริงฮอร์น (Ringhorn) ที่บรรทุกร่างของทั้งสองลอยออกจากฝั่งสู่ท้องทะเล และบรรดานักรบพากันยิงธนูไฟให้ตกลงไปในลำเรือ จนพระเพลิงโหมกระหน่ำ มหาเทพธอร์ก็ทรงใช้ฆ้อนเมียลเนียร์ร่ายพระเวท ปกป้องดวงวิญญาณของเทพและเทวี ผู้เป็นที่รักของอัสการ์ดทั้งสอง ให้เดินทางไปสู่ปรโลก หรือ นิฟเฟลไฮม์ (Niffelheim) โดยราบรื่น

ตามหลักเทวศาสตร์สแกนดิเนเวีย ฆ้อนเมียลเนียร์จึงเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องคุ้มครองจากเทพเจ้า การพกเครื่องรางที่เป็นรูปฆ้อนติดตัว เชื่อกันว่าจะนำพลังและความแข็งแกร่งมาให้


เครื่องรางเมียลเนียร์ที่ออกแบบยได้สวยที่สุดในยุคปัจจุบัน

นอกจากนี้ในพิธีแต่งงาน ฆ้อนเหล็กอันเป็นสัญลักษณ์ของมหาเทพธอร์ก็จะถูกนำมาใช้ประกอบพิธีด้วยนะครับ

เพราะเหตุว่า มหาเทพธอร์ทรงมีความรักอันมั่นคงต่อพระชายาของพระองค์ และเทวีซีฟก็ทรงซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อพระองค์เพียงผู้เดียวเช่นกัน

แม้แต่ในเทวสถานของมหาเทพธอร์ในยุคไวกิ้ง ก็กล่าวกันว่า ต้องมีฆ้อนศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจัดทำขึ้นอย่างประณีตเล่มหนึ่ง วางไว้หน้าแท่นบูชาสำหรับใช้ทำพิธีกรรมต่างๆ เหมือนกันทุกแห่ง

ในทางเทวศาสตร์อาซาทรูนั้น ถือว่าพิธีกรรมใดๆ ที่เกี่ยวกับมหาเทพธอร์จะสำเร็จไม่ได้ หากปราศจากฆ้อนศักดิ์สิทธิ์นี้ครับ

นอกจากนี้ มหาเทพธอร์ยังได้ครอบครองของวิเศษอีก 3 อย่าง คือ เข็มขัดแห่งพลัง คฑาเหล็ก และถุงมือเหล็ก

เรื่องของเรื่องก็คือ โลคีได้ล่อลวงมหาเทพธอร์ไปยังปราสาทของพญายักษ์น้ำแข็ง เกร์โรเดอร์ (Geirroður) ผู้ปกครองพวก ทรอลล์ (Troll) โดยปราศจากฆ้อนเมียลเนียร์

แต่ก่อนจะถึงที่หมาย มหาเทพธอร์ทรงแวะเยือน ยักษิณีกริด (Grið) ซึ่งมีจิตใจงดงาม เฉลียวฉลาด และเป็นมิตรกับคณะเทพเอซียร์

ยักษิณีฟังเรื่องเล่าจากองค์มหาเทพแล้ว ก็แน่ใจว่าพระองค์ถูกหลอก จึงถวายของวิเศษ 3 ประการ คือ เข็มขัดแห่งพลัง คฑาเหล็ก และ ถุงมือเหล็ก แด่พระองค์

เข็มขัดแห่งพลังนั้น ช่วยเพิ่มพละกำลังให้พระองค์อย่างมหาศาล และทำให้ควบคุมฆ้อนเมียลเนียร์ได้ง่ายขึ้น

เราจะเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดหรือประติมากรรม มหาเทพธอร์จะทรงคาดเข็มขัดขนาดใหญ่เส้นหนึ่งเสมอ นั่นก็คือเข็มขัดแห่งพลังนี่ละครับ

ส่วน ถุงมือเหล็ก คือถุงมือที่ถักด้วยเกราะอ่อน มีแผ่นโลหะป้องกันหลังมือและนิ้วทั้งห้า เช่นเดียวกับเกราะเหล็กของอัศวินในสมัยกลาง


มหาเทพธอร์ใช้ถุงมือเหล็กตรึงเกร์โรดูร์ไว้ในปราสาท

มหาเทพทรงใช้ของวิเศษนี้ ในการสัประยุทธ์ที่ปราสาทของพญายักษ์เกร์โรดูร์ โดยเมื่อพญายักษ์ขว้างแท่งโลหะที่เผาไฟจนแดงฉานเข้าใส่ พระองค์ก็รับไว้ด้วยพระหัตถ์ข้างที่สวมถุงมือวิเศษ แล้วขว้างมันกลับไปพลังอันรุนแรง จนทะลุทั้งเสาเหล็กต้นใหญ่ และร่างของพญายักษ์ที่หลบอยู่ด้านหลัง ตรึงพญายักษ์ไว้ในปราสาทนั้นชั่วกัปป์ชั่วกัลป์

คฑาเหล็ก มหาเทพธอร์ใช้ค้ำนำทางข้ามแม่น้ำ วีมูร์ (Vimur) อันเชี่ยวกราก ไปสู่ดินแดนแห่งทรอลล์ และหลังจากปราบพญายักษ์แล้ว ก็ใช้คฑาเล่มนี้สังหารพวกทรอลล์ในปราสาทของเกร์โรเดอร์ ซึ่งได้ผลดีเกือบเท่าฆ้อนเมียลเนียร์

กล่าวสำหรับมหาเทพเฟรย์ นอกจากพญาหมูป่ากูลลีนเบอร์สตี และเรือสคีธบลัดเนียร์แล้ว พระองค์ก็ทรงมีดาบวิเศษ เรียกกันว่า ดาบประกายแสง ซึ่งเป็นเทพอาวุธคู่พระหัตถ์มาตั้งแต่ประทับอยู่ใน วานาเฮม (Vanaheim) ครับ


ประติมากรรม มหาเทพเฟรย์ทรงดาบประกายแสง และพญาหมูป่ากูลลินเบอร์สตี
ภาพจาก http://www.museumreplicas.com

ดาบประกายแสงนี้ มีพลานุภาพมาก สามารถสังหารศัตรูได้หลายๆ คนด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว และยังเปล่งแสงทำลายความมืดมิด

แต่ด้วยความลุ่มหลง เกอร์เดอร์ (Gerðr) ยักษิณีสาวผู้งดงามตนหนึ่ง มหาเทพก็ถึงกับทรงมอบดาบนี้เป็นสิ่งตอบแทนแก่ สเคียร์เนียร์ (Skirnir) พระสหาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อให้พระองค์ (แต่บางคำราก็ว่า ทรงมอบให้เป็นบรรณาการแก่พญายักษ์ กีเมียร์ (Gymir) ผู้เป็นบิดาของเกอร์เดอร์)

และในมหาสงครามรักนาร็อค (Ragnarok) ก็เล่ากันว่า พระองค์ต้องทรงพ่ายแพ้ และถูก ซูร์ท (Surt) พญาอสูรอัคคีสังหาร เพราะไม่มีดาบประกายแสงเล่มนี้

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ มิได้มีผลต่อพระชนม์ชีพของพระองค์เท่านั้น แต่ยังทำให้โลกทั้งเก้าถูกทำลายจนเกือบจะวินาศสิ้นด้วยครับ


มหาเทพเฟรย์ พ่ายแพ้แก่อสูรอัคคี ซูร์ท ในศึกรักนาร็อค เพราะไม่มีดาบประกายแสง

ด้วยว่า ในที่สุดเซิร์ทตัดสินใจที่จะทำลายล้างเหล่าเทพเอเซียร์ และกองกำลังแห่งวัลฮัลลาที่เหลืออยู่ ด้วยดาบอัคคีของมัน เปลวไฟจากดาบเพลิงนั้นเผาผลาญพฤกษาโลก อี๊กก์ดราซิล (Yggdrasil) และสรรพชีวิตในโลกทั้งเก้า รวมทั้งตัวอสูรอัคคีเองด้วย เหลือเพียงเทพไม่กี่องค์ และมนุษย์ชายหญิงคู่เดียวที่รอดมาได้

สำหรับมหาเทวีเฟรยา ก็ทรงมีของวิเศษประจำพระองค์เช่นกันครับ

ของวิเศษที่มีชื่อเสียงที่สุดของพระนาง คือสร้อยพระศอ บรีซิงกาเมน (Brisingamen) ชื่อของสร้อยเส้นนี้แปลได้ความว่า อัญมณีแห่งไฟ

มีเทพนิยายเล่าว่า วันหนึ่ง องค์เทวีท่องเที่ยวไปในสวาร์ทอัลฟ์ไฮม์ จนไปเจอ ดวาลิน ผู้เลื่องชื่อจากการสร้างหอกกูงเนียร์ถวายจอมเทพโอดิน และฆ้อนวิเศษเมียลเนียร์ถวายมหาเทพธอร์มาแล้ว กับพี่น้องอีก 3 คนกำลังทำสร้อยพระศอเส้นนี้กันอยู่


ดวาลินกับพวก เสนอข้อแลกเปลี่ยนกับมหาเทวีเฟรยา
ในการครอบครองสร้อยพระศอพบีซิงกาเมน


มันไม่เพียงเป็นสร้อยคอที่งดงามเจิดจรัส ยิ่งกว่าสร้อยเส้นใดในโลกนี้เท่านั้น ยังเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจอย่างไม่มีวันถ่ายถอน และผู้ใดก็ตามที่ได้สวมใส่มัน ก็จะมีอานุภาพสูงสุดในการบันดาลความอุดมสมบูรณ์แก่สรรพสิ่ง

ดังนั้น มหาเทวีเฟรยาจึงต้องการสร้อยพระศอนี้ จนยอมบรรทมกับคนแคระทั้งสี่คนละ 1 คืนเพื่อที่จะได้ครอบครองมัน

แต่หลังจากพระนางได้มันมา โลคีซึ่งรู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็ลอบมาขโมยไปให้ เทพโอดูร์ (Oður) และเล่าเรื่องของพระนางกับเหล่าคนแคระ เทพสวามีของพระนางจึงหนีหายไป

มหาเทวีเฟรยาทรงเสียพระทัยมาก ทรงขอความช่วยเหลือจากจอมเทพโอดิน จอมเทพจึงบัญชาให้เทพไฮม์ดัลล์ไปเอาตัวโลคีและสร้อยพระศอมาคืน จากนั้นองค์เทวีก็เสด็จออกตามหาพระสวามี จนพบและกลับมาครองรักกันดังเดิม


สร้อยพระศอบรีซิงกาเมน จากภาพมหาเทวีเฟรยา โดย N. J. O. Blommer ปี 1859

อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานทางโบราณคดี คือ เครื่องรางที่เก่าแก่ที่สุดของมหาเทวีเฟรยา ก็พบว่า พระนางทรงสวมสร้อยคอเป็นสัญลักษณ์อยู่แล้ว

แสดงว่า เป็นประติมานวิทยา (Iconography) ที่สำคัญที่สุดของพระนาง จนทำให้มีผู้นำไปแต่งเป็นเทพนิยายครับ

นอกจากสร้อยบรีซิงกาเมนแล้ว ของวิเศษอีกอย่างหนึ่งของมหาเทวีเฟรยาก็คือ เสื้อคลุมขนนก

ฉลองพระองค์นี้ บางตำรากล่าวว่าถักทอจากขนเหยี่ยวสีขาว เมื่อสวมใส่แล้วมีฤทธิ์ทำให้เหาะเหินเดินอากาศได้ และทำให้องค์เทวีเป็นเทพเพียงองค์เดียวในอัสการ์ดที่โบยบินไปในท้องฟ้าได้ โดยไม่ต้องแปลงร่าง หรือใช้ยานพาหนะ

เพราะเหตุว่าในเทวปกรณ์สแกนดิเนเวียนั้น เหล่าเทพยดาถ้าไม่ทรงแปลงร่างเป็นเหยี่ยว หรือนกอินทรี หรือถ้ามิได้ทรงขับขี่เทพพาหนะที่พาข้ามขอบฟ้าแล้ว ก็ไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศด้วยพระองค์เอง และก็มีเทพเพียงไม่กี่องค์เท่านั้นด้วยนะครับที่ทรงแปลงร่างได้ 


เสื้อคลุมขนนก ที่ทำให้มหาเทวีเฟรยาโบยบินไปในอากาศได้

สำหรับมหาเทวีเฟรยา ในฐานะเจ้าแห่งมนตราพระนางก็แปลงร่างได้เช่นกันครับ แต่ก็โปรดเสื้อคลุมขนนกมากกว่าจะทรงแปลงร่างเป็นนก

เสื้อคลุมดังกล่าวนี้ มีเทพนิยายกล่าวถึงครับ เมื่อฆ้อนของมหาเทพธอร์ถูกขโมย และโลคีได้มายืมไปเพื่อโบยบินเข้าสู่แดนยักษ์ จนมหาเทพธอร์ต้องปลอมตัวเป็นมหาเทวีเฟรยาเข้าไปเอาฆ้อนของพระองค์คืนนั่นแหละครับ

และบางตำราก็ว่าทรงใช้เมื่อเสด็จออกตามหาพระสวามีที่หายไป จากกรณีของสร้อยพระศอบรีซิงกาเมนด้วย

มหาเทวีเฟรยายังทรงครอบครองหมูป่าวิเศษตัวหนึ่ง เช่นเดียวกับพระเชษฐาของพระนางด้วย หมูป่านี้มีชื่อว่า ฮิลดีสวีนี (Hilðisvini) เป็นร่างแปลงของ โอททาร์ (Ottar) นักรบหนุ่มชาวมิดการ์ด ซึ่งมีความสัมพันธ์กับพระนางนั่นเอง 

ฮิลดีสวีนีไม่ใช่หมูป่าแห่งความอุดมสมบูรณ์เหมือน กูลลีนเบอร์สตี ของมหาเทพเฟรย์ แต่เป็นหมูป่าแห่งการศึกโดยเฉพาะครับ 


ประติมากรรมมหาเทวีเฟรยาทรงพญาหมูป่าฮิลดีสวีนี

ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้เริ่มสงสัยกันว่า เครื่องรางรูปหมูป่า หรือแม้แต่หมูป่าบนหมวกนักรบไวกิ้งที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และผู้เชี่ยวชาญในอดีตลงความเห็นว่าเป็นสัญญลักษณ์ของมหาเทพเฟรย์นั้น จริงๆ แล้วอาจจะเป็นฮิลดีสวีนีมากกว่ากูลลินเบอร์สตี

เหตุผลก็คือ กษัตริย์ไวกิ้งพระองค์หนึ่ง ทรงตั้งชื่อหมวกเหล็กของพระองค์ว่า ฮิลดีโกลเทอร์ (Hilðigoltr) และ ฮิลดีสวีน (Hilðisvin) ทั้งสองชื่อนี้เห็นได้ชัดว่า เป็นนามหมูป่าของมหาเทวีเฟรยา และพระนางก็ทรงมีภาพลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกสงครามมากกว่าพระเชษฐาด้วยนะครับ

ของวิเศษชิ้นสุดท้าย ที่มีภาพวาดให้เห็นมาก แต่มีเรื่องอยู่น้อย คือ แอปเปิ้ลแห่งความเยาว์วัย (Apple of Youth)

เทพเจ้าในความเชื่อของชาวนอร์สนั้น นอกจากไม่มีอิทธิฤทธิ์มากกว่ามนุษย์แล้ว ยังไม่เป็นอมตะด้วยครับ ทุกองค์ล้วนต้องเกิดแก่เจ็บตายไปตามกาลเวลา และในเทพนิยายก็ไม่ได้บอกไว้อย่างแน่ชัดว่า แต่ละองค์ทรงมีอายุมากกว่ามนุษย์หรือไม่

แต่ก็เพราะเหตุนั้น แอปเปิ้ลแหงความเยาว์วัยจึงมีความสำคัญมาก

เพราะด้วยการเสวยแอปเปิ้ลนี้ คณะเทพเอเซียร์ก็จะยังดำรงความเป็นหนุ่มสาว และพละกำลังไว้ได้


เทวีอีดูนาแจกจ่ายแอปเปิ้ลแห่งความเยาว์วัยให้กับคณะเทพเอเซียร์

ตำนานของนอร์สกล่าวว่า เทพนารีผู้ทรงมีหน้าที่พิทักษ์รักษาต้นแอปเปิ้ลแห่งความเยาว์วัยนี้คือ เทวีอีดูนา (Iðunna) ซึ่งเป็นที่รักของเหล่าเทพ และเป็นที่ต้องการของเหล่ายักษ์

ดังมีเทพนิยายเล่าว่า ในการท่องเที่ยวไปในมิดการ์ดของจอมเทพโอดินครั้งหนึ่ง ขณะที่จอมเทพ กับผู้ร่วมทางคือ เทพบิดรโลเธอร์ (Lothur) และโลคีหยุดพักต้มซุปเนื้อเป็นอาหารเย็น พญายักษ์ธยาซี (Thjazi) ซึ่งต้องการองค์เทวีอีดูนา กับแอปเปิ้ลทั้งหมด ก็แปลงเป็นนกอินทรีมาโฉบหม้อต้มซุปเนื้อไป โดยมีโลคีติดไปด้วย และโลคีจำต้องหลอกองค์เทวีพาไปส่งให้พญายักษ์ เพื่อแลกกับชีวิตของเขา

สุดท้าย เมื่อเหล่าเทพขู่จะสังหารโลคี ยักษ์หนุ่มจึงขอยืมเสื้อคลุมขนนกของมหาเทวีเฟรยา ลอบบินเข้าไปในโยทูนไฮม์ จนพาองค์เทวีกลับมายังอัสการ์ดเป็นผลสำเร็จครับ



……………………………


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด